นานาไร้สาระกับแพททริค

Feb 8

หลังจากที่ครั้งก่อนได้มีการพูดถึงการเตรียมเว็บไซต์ของคุณก่อน การทำการ  โปรโมทเว็บ ว่าจะต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อน หลังจากที่เว็บไซต์ของคุณมีความพร้อมแล้ว คุณก็สามารถเริ่มการ โปรโมทเว็บ ของคุณได้ คุณสามารถ โปรโมทเว็บ ได้หลายวิธี ลองเลือกวิธีที่เหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณที่สุดครับ

1. กลยุทธเพิ่มคนเข้าเว็บด้วย Search Engine (Search Engine Strategies)

คงต้องยอมรับว่าเกือบ 80% ของคนใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก มักใช้ Search Engine ในการค้นหาเว็บไซต์ที่ตัวเองต้องการ ดังนั้นการนำเว็บไซต์ของคุณเข้าไปติดอันดับใน Search Engine เพื่อช่วย โปรโมทเว็บ  จึงเป็นวิธีที่คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากคุณต้องการจะให้เว็บไซต์ของคุณ เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการปรับเว็บไซต์ของคุณให้ Search Engine รู้จักจึงเป็นศาสตร์และเทคนิคที่คุณต้องคำนึง ตั้งแต่คุณวางแผนเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ หรือสำหรับบางท่านที่มีเว็บไซต์อยู่แล้ว ก็ควรที่จะวางแผนปรับเว็บไซต์ของคุณ ให้ Search Engine รู้จักได้โดยเร็ว  มีตัวอย่างเว็บไซต์เพื่อนผมเว็บหนึ่ง หลังจากที่ทำเสร็จแล้ว ไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย นอกเหนือจากการปรับแต่งเว็บไซต์ของเค้าให้ Search Engine รู้จัก แต่ภายหลังจากนั้น เว็บไซต์แห่งนั้นก็มีรายได้จากการขายสินค้าได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยที่เค้าไม่ต้องทำการตลาดอะไรอีกเลย เพราะ Search Engine ได้รู้จักเว็บไซต์ของเค้าแล้ว และส่งคนเข้ามาที่เว็บไซต์ของเค้าอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย

2. เพิ่มลิงค์ เพิ่มโอกาสคนรู้จักเว็บไซต์คุณ (Linking Strategies)

การแลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ จะช่วยนอกจากจะทำให้คนอื่นๆ มีโอกาสเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณได้จากเว็บเหล่านั้นแล้ว คุณยังสามารถเพิ่มจำนวน “เพจแรงค์” (Page Rank) ซึ่งเป็นเครื่องมือตัวหนึ่งที่จะช่วยทำการ โปรโมทเว็บ ให้อันดับของเว็บไซต์ของคุณดีกว่า เว็บอื่นๆ เมื่อเว็บไซต์ของคุณถูกค้นหาผ่าน Search Engine  โดยวิธีการที่จะเพิ่มลิงค์ให้กับเว็บไซต์ของคุณ คุณควรไปเพิ่มชื่อเว็บไซต์ของคุณที่บริการเว็บไดเร็กทอรี่ใหญ่ของโลกเช่น www.DMOZ.com (เว็บไซต์ไดเร็กทอรี่ที่ใช้คนจัดการ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก), www.Yahoo.com, www.About.com ถ้าเป็นของไทยก็ Sanook.com  ยิ่งถ้าหากเว็บไซต์ของคุณสามารถเข้าไปติดอยู่ในเว็บไดเร็กทอรี่เหล่านี้ ได้แล้วละก็โอกาส ที่ Search Engine ต่างๆ จะหาเว็บไซต์ของคุณเจอ ก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น
หรืออีกวิธีหนึ่งง่ายๆ ที่คุณจะสามารถเพิ่มลิงค์ของเว็บไซต์ของคุณ คือการขอแลกลิงค์กับเว็บไซต์ต่างๆ ที่คุณอาจจะลองติดต่อขอแลกเปลี่ยนกับเว็บไซต์เหล่านั้น นี้อาจจะเป็นวิธีง่ายๆ ที่คุณเริ่มต้นได้ทันที

3. การตลาดผ่านอีเมล์ช่องทางเข้าถึงลูกค้าที่ต้องใช้ให้ถูก (E-Mail Strategies)

การ ตลาดผ่านอีเมล์  ไม่ใช่แค่การที่คุณไปซื้อรายชื่อคนมาแล้วส่งข้อมูลไปยังคนเหล่านี้นโดยที่ คุณไม่ได้เคยรู้จัก หรือได้รับอนุญาติจากคนเหล่านั้นเลย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการทำ “สแปม” ซึ่งไม่ใช่การตลาดผ่านอีเมล์เลย แต่เป็นการสร้างความน่ารำคาญให้แก่ผู้รับมากกว่า ดังนั้นการสร้างระบบการเก็บอีเมล์ของลูกค้าของคุณเอง หรือกลุ่มลูกค้าที่อาจจะสนใจรับข่าวสารจากเว็บไซต์ของคุณ เป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการใช้เป็นแหล่งข้อมูลใน โปรโมทเว็บ และส่งข่าวสารของคุณผ่าน อีเมล์ไปยังกลุ่มคนเหล่านั้น แต่หากในตอนเริ่มต้น ซึ่งคุณยังไม่มีข้อมูลของลูกค้าของคุณเลย คุณอาจจะใช้วิธีไปใช้เช่ารายชื่ออีเมล์จากผู้ให้บริการเช่ารายชื่ออีเมล์ เพื่อส่งไปหาคนเหล่านั้นด้วยความยินยอมจากผู้รับก็ได้ (ลองค้นหาผู้ให้บริการเช่ารายชื่ออีเมล์จาก Google.com โดยใช้คีย์เวริด์คำว่า “list broker”)

4. วิธีเลือกใช้สื่อเก่า แต่ได้ผลแยบยลนัก (Traditional Strategies)

การใส่ชื่อเว็บไซต์ เพื่อ โปรโมทเว็บ ในสื่อต่างๆ ที่ไม่ใช่สื่อออนไลน์ (offline) อาจจะช่วยทำให้คนจดจำและดึงคนเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณได้ เช่นการใส่ชื่อเว็บไซต์ลงใน นามบัตร, โบรชัว, ป้ายหน้าร้าน, สติกเกอร์ร้านค้า, ถุงใส่สินค้า, เสื้อหรือหมวกของพนักงาน, ป้ายสินค้า หรือแม้แต่การใส่ชื่อเว็บไว้ที่ตัวสินค้าเลยก็ได้ ทั้งนี้เพื่อให้คนสามารถกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณได้อีกเมื่อเค้าเห็นชื่อ เว็บไซต์ของคุณจากสิ่งเหล่านี้
การเลือกใช้สื่อที่ไม่ใช่สื่อออนไลน์ อาจจะช่วยทำการ โปรโมทเว็บ ให้คนรับรู้และรู้จักเว็บไซต์ของคุณเพิ่มมากขึ้นได้ เช่น ลงในป้ายโฆษณาต่างๆ, ลงในหนังสือ, จดหมาย,โปสการ์ด, วิทยุ หรือแม้แต่ทีวี แต่สื่อจำพวกนี้ มักจะมีค่าใช้จ่ายราคาแพง เว้นแต่คุณได้ใช้สื่อเหล่านี้อยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มชื่อเว็บไซต์ เพื่อ โปรโมทเว็บ ลงไปในสื่อเหล่านี้เพิ่มเติม เพื่อให้คนรับสื่อสามารถ เข้าถึงข้อมูลของคุณได้อีกช่องทาง

5. ใช้เงินลงโฆษณา (Paid Advertising Strategies)

วิธีนี้จะเป็นวิธีที่จะ โปรโมทเว็บ ได้ผลโดยเร็ว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตรง และรวดเร็ว คือการซื้อสื่อโฆษณาในสื่อที่กลุ่มเป้าหมายของคุณ อยู่ เช่น ซื้อตำแหน่งโฆษณารูปแบบตัวหนังสือ หรือแถบโฆษณา (Banner) ในเว็บไซต์ เพื่อ โปรโมทเว็บ หรือการใช้รูปแบบของการทำแนะนำและบอกต่อในการขาย เพื่อที่จะได้ค่าคอมมิชชั่น (Affiliate Program) ซึ่งวิธีนี้จะเป็นวิธีที่คุณจะสามารถได้ผลตอบแทนกลับมาที่แน่นอน และเช่นกันกับผู้ที่แนะนำบริการ ก็จะได้ค่าคอมมิชั่นจากคุณเช่นกัน

6. อีกหลากหลายวิธีที่น่าลอง (Miscellaneous Strategies)

วิธีอื่นๆ ที่น่าลองใช้เช่น การ โปรโมทเว็บ ของคุณในเว็บบอร์ดต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วไป ซึ่งต้องพยายามหาวิธีที่ไปลงโฆษณาตามเว็บบอร์ดต่าง ๆ ในรูปแบบที่น่าสนใจ และเคารพต่อเว็บบอร์ดที่เราไปลงด้วย ไม่ใช่ไปลงซะเว็บบอร์ดเค้ามีแต่โฆษณาเต็มไปหมด หรืออาจจะใช้วิธีแจกของ หรือมีบริการฟรีภายในเว็บไซต์ของคุณ เพราะปกติคน ชอบของฟรีอยู่แล้วดังนั้นเว็บไซต์ของคุณจะบอกปากต่อปากไปเรื่อย ๆ เช่น แจกฟรี อีเมล์, บริการดูดวง, แจกตัวอย่างสินค้าฟรี เป็นต้น

จากวิธีทั้งหมดที่แนะนำมา ผมอยากให้คุณลองเลือกดู และลองนำวิธีต่างๆ นำไปใช้ โปรโมทเว็บ ของคุณดูว่า วิธีไหน ที่จะเหมาะกับการ  โปรโมทเว็บ หรือธุรกิจของคุณ ซึ่งการ โปรโมทเว็บ บางรูปแบบก็อาจจะเหมาะสมกับบางธุรกิจ ซึ่งทั้งนี้ยังไม่มีหลักตายตัวที่แน่นอนว่า วิธี โปรโมทเว็บ วิธีไหนจะให้ผลดีที่สุดสำหรับแต่เว็บไซต์

Jan 25
Seo Practice
icon1 admin | icon2 promote web | icon4 01 25th, 2010| icon3No Comments »


หลาย คนทราบดีว่าการโปรโมทเว็บให้ติดหน้าแรกในระบบค้นหาหรือเสิร์ชเอ็นจิ้น Google, Yahoo และ MSN นั้นมีประโยชน์อย่างไร และหลายคนก็คงทราบดีเช่นกันว่า ปัจจัยหนึ่งในการทำ SEO ที่ขาดไม่ได้เลย คือการหาลิ้งค์คุณภาพ (Quality Link) เข้ามาที่เว็บอย่างสม่ำเสมอ ปัญหาคือ อะไรล่ะคือความหมายของคำว่า ลิ้งค์คุณภาพ

1. ลิ้งค์จากเว็บที่มีความเกี่ยวข้องกัน – เช่น เว็บเกี่ยวกับรถยนต์ก็ควรมีลิ้งค์มาจากเว็บที่เกี่ยวรถยนต์หรือใกล้เคียง ถ้ามีลิ้งค์มาจากเว็บหาคู่ หรือร้านขายยา ไม่ปกติแน่นอน อย่างแรกที่ทุกคนมองข้ามไปเวลาหาลิ้งค์คือลิ้งค์ที่มาจากเว็บซึ่งมีเนื้อหา ใกล้เคียงกัน หลายคนขอให้ได้ลิ้งค์มาก่อนไม่ว่าจะเป็นจากที่ไหนก็ตาม ซึ่งไ่ม่ถูกต้องซะทีเดียว การมีลิ้งค์ที่ไม่เกี่ยวข้องจำนวนมากในช่วงแรกจะช่วยเพิ่มอันดับเว็บของเว็บ ให้สูงขึ้น ก่อนที่จะตกลงในภายหลัง ดังนั้น การทำลิ้งค์แบบนั้นจึงไม่ใช่ทางออกในระยะยาวแน่นอน

2. ลิ้งค์ที่มีที่มาจากหลายแหล่ง – มีความแตกต่างแน่นอน ระหว่างลิ้งค์ที่มาจากเว็บเดีัยวกัน 10 อัน กับลิ้งค์ที่มาจาก 10 เว็บ เว็บละ 1 อัน แบบหลังลิ้งค์ที่มาแต่ละอันจะมีน้ำหนักมากกว่าแบบแรก แต่ให้ยึดหลักตามข้อ 1 ด้วย

3. ลิ้งค์ที่ไม่ได้สแปมหรือสร้างขึ้นมาเอง – ลิ้งค์พวกนี้ได้แก่ลิ้งค์จากการไปสแปมบล็อก หรือจากการสร้างเครือข่ายบล็อกของตนเองขึ้นมา แล้วลิ้งค์กลับมาหาเว็บหลัก วิธีนี้อาจใช้ได้ผลเมื่อหลายปีก่อนแต่ปัจจุบันใช้ไม่ได้ผลแล้ว

4. ลิ้งค์ที่มาจากหน้าที่มีเนื้อหาคุณภาพ – ระบบค้นหาใหญ่ ๆ อาทิ Google, Yahoo สามารถกรองคุณภาพเนื้อหาบนเว็บได้แบบคร่าว ๆ โดยอาศัยการจับตามหลักไวยกรณ์ แกรมม่า หน้่าที่มีเนื้่อหาสแปม เช่น ใช้คำซ้ำ ๆ กันโดยไม่มีเหตุผล จะถูกกรองออกไป หรือโดนลดคะแนนลง ระบบนี้ทำงานกับภาษาอังกฤษได้ดี ส่วนในอนาคตคาดว่าภาษาอื่น ๆ ก็จะถูกนำมาใช้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่ควรมีลิ้งค์มาจากหน้าที่มีเืนื้อหาสแปมเพราะนอกจากจะไม่ช่วย ให้เว็บมีอันดับที่ดีขึ้นแล้ว อาจทำให้แย่ลงได้อีกด้วย

Tags :  SEO

Jan 21
Etude House
icon1 admin | icon2 Articles | icon4 01 21st, 2010| icon3No Comments »

1. Etude : 55 Baby Lip Project

อันนี้เป็นลิปบำรุงของ Etude ที่สั่งซื้อมาเป็นชิ้นแรกเลยอ่าค่ะ

ตัวนี้เห็นพี่คนขายบอกว่าใช้แล้วจะทำให้ปากอมชมพูขึ้น

วิธีใช้คือ ตัวที่เป็นหลอดนั้นจะเป็นตัวสครับค่ะเอามาสครับปากให้ทั่วๆเลย

แล้วพอสครับเสร็จก้อเอาผ้ามาเช็คออก แล้วก้อนำตัวที่เป็นกระปุกเล็กๆนั้น

ทาตอนหลังสครับค่ะ แต่ว่าพอเราใช้ไปแล้วก้อไม่เห็นมีไรเกิดขึ้นน๊าค่ะ

โดยเฉพาะตัวที่เป็นตัวสครับอ่าค่ะ ไม่รู้เราแพ้รึป่าวเราอาจจะแพ้ก้อได้ พอขัดเสร็จ

เรารู้สึกว่าปากแห้งมากๆๆเลย แล้วลอกหนักกว่าเก่าอีกส่วนตัวที่เป็นลิปนั่นหอมมากๆเลย

เป็นกลิ่นช็อคโกแล็ต อ่อ ลืมบอกว่าแต่พอเราใช้ตัวที่เป็นกระปุกอย่างเดียวปากก้อไม่ลอกน่ะค่ะ

สงสัยเราจะแพ้ตัวสครับอ่า

คะแนน : เต็ม5 เราให้ 2 พอล่ะกัน

ถ้าหมดคงจะไม่ซื้อต่อแน่เพราะแพ้ แต่ยังดีที่ตัวลิปยังใช้ดีและหอมอร่อย อิอิ

2.Peach Water Gloss No.3 กับ น้ำหอมของ Etude

ลิปกลอสกลิ่นพีสของEtudeที่ทุกๆคนรู้จักกันดี แล้วก้อน้ำหอมของEtudeคร๊า

อยากจะบอกน้ำหอมหอมมากๆๆๆๆๆๆ กลิ่นออกแนวหวานๆอ่าค่ะ

ส่วนลิปกลอสนั้นเบอร์ 03 กลิ่นพีสหอมมากๆค่ะแต่สีนี้จะเป็นสีชมพูอมม่วงๆอ่าค่ะ

เลยไม่ค่อยถูกใจเราอ่า เราสั่งมาผิดสีความจริงอยากสีชมพูอมแดง แต่พอทาแล้วก้อใช้ได้คร๊าคราวหน้าจะสั่งเบอร์ 05

คะแนน : ลิปกลอส 4 ส่วนน้ำหอมเต็ม 5

ถ้าหมดอาจจะซื้อต่อโดยเฉพาะน้ำหอมซื้อต่อแน่นอน

3.Dream On แป้งฝุ่นคร๊า

ตัวนี้ใช้ดีมากๆเลย แต่ถ้าทาเยอะๆนี่หน้าจะลอยไม่ใช่เล่นเลยอ่าค่ะ

เราสั่งเบอร์1มาสำหรับผิวขาว แต่เราขาวเหลืองสงสัยยังขาวไม่พอ 555+

แต่ถ้าทาพอดีก้อไม่ลอยค่ะ เนียนมากมายเลยหอมด้วย

คะแนน : ให้4

หมดแล้วคงจะซื้อต่อแต่จะลองเบอร์ 02 แทนทาเยอะจาได้ไม่ลอย เหอะๆๆ

4.Tester

ใช้แค่ Aqua Sherbet เองอ่าค่ะส่วน BB นั่นไม่ได้ใช้

ยกไปให้แม่แล้ว เพราะเราไม่รู้จะปกปิดอะไร

คะแนน : Aqua Shabet ให้ 5

รู้สึกเย็นๆดีค่ะ เวลาทาแต่ว่าไม่รู้สึกว่าขาวหรืออะไรขึ้นเลยแต่ให้ 5 เพราะชอบเย็นดี อิอิ

ต่อไปขอรีวิวแบบรวมๆเน้อ บางอันจำชื่อไม่ได้

1.55 Kisfull Tin Chou No.1 สีแดง

คะแนน : ให้เต็ม 5 เลย ใช้ดีมากๆๆๆๆๆ ชอบมากเพราะเวลาทาจะดูเป็นธรรมชติดีแล้วปากไม่แห้งด้วย

2.Cookie Blush No.2

คะแนน : ให้ 4 สีสวยมากๆสีชมพูอมส้ม ที่สำคัญที่เราซื้อมานี่ชอบแพ็คเกดสุดๆน่ารักมากแต่หักตรงที่สีอ่อนไปหน่อย

3.SkinFood ครีมบำรุงเล็บ แครอท

คะแนน : .ให้ 4.5 ที่หักไปนิดนึงคือ กลิ่นมาน….ไปหน่อยค๊า แต่ว่าใช้ดีน่ะเล็บเงาเลยเล็บไม่เหลืองด้วย

4.Etude Dear Darling Tint No.2

คะแนน : ให้ 5 เลย เพราะใช้ดีมาก หอม ติดทนใช้ได้น่ะแต่ถ้ากินข้าวก้อหลุดอ่าค่ะสวยดีสีแดง

5.SkinFood Avocado Lip Balm

คะแนน : ให้ 4 ค่ะ ใช้ดีมากปากไม่แตกเลย หอมด้วยหอมมากๆ แต่ว่าที่หักก้อตรงที่เนื้อลิปแห้งไปหน่อย

6.SkinFood Tomato Cool Jelly Tint

คะแนน : ให้ 1 พอหมดแล้วคงจะไม่ซื้อต่อแน่นอนแต่คิดว่าคงใช้ไม่หมดเพราะเราไม่ใช้แล้ว
เก็บเข้ากรุใช้แล้วปากแตกอ่าค่ะแล้วสีดูไม่เหมาะกับปากเรา

7.Etude น้ำหอมเนื้อเค้ก

คะแนน : ให้ 3 คร๊า กลิ่นหอมมากๆเลยกลิ่นเดียวกะที่เป็นขวดอ่าค่ะที่รีวิวข้างบนไปแล้วแต่ว่าเราทาแล้วไม่ค่อยจะได้กลิ่นอ่า

8.Etude 44 Dark Circle Concealer

คะแนน : ให้ 5 เลย เพราะปกปิดดีมากๆๆเนียนด้วย

9.Etude 66 Big Eye Vitcara

คะแนน : ให้ 5 ค่ะหัวแปรงเป็นแบบซี่หวี 2 ด้านเราใช้แล้วงอน+ยาวมากๆๆ โดยเฉพาะความยาวยาวมากๆ ชอบๆ

1.SkinFood ที่ขัดตัวกาแฟ

คะแนน : ให้เต็ม 5 เลย กลิ่นหอมมากๆขัดแล้วอยากกิน แล้วพอขัดไปสักพักจะรู้สึกว่าขาวและใสขึ้นคร๊า

2.SkinFood Hop Bear Hair Wash

คะแนน : ให้ 2 อ่า เพราะเราใช้เป็นตัวเทสเตอร์เอง เลยยังไม่รู้ว่าดีรึป่าวแต่สะอาดดีน่ะ

3.SkinFood ครีมทาผิวลูกพีส

คะแนน : ให้ 4 กลิ่นหอมากมายเลย ทาผิวแล้วซึมเลยไม่เหนียว แต่ได้ใช้ไปนิดเดียวเลยไม่รู้ว่าดีป่าว

4.Etude MoisFull Cream

คะแนน : ให้ 4 ตอนแรกที่ทาออกแนวเหนียวๆหน้าหน่อยๆแต่พอสักพักเหมือนครีมเรื่อมซึม แต่ยังไม่รู้ว่ามีไรเกิดขึ้น

เพราะใช้แค่ตัวเทสเตอร์ แต่หอมากๆรู้สึกชุ่มชื่นดีคร๊า

Jan 12

บริการ ขนย้ายเครื่องจักร
บริการขนย้ายเครื่องจักรอุตสาหกรรมทุกชนิด ขนย้ายวัตถุดิบในโรงงาน  คลังกับสินค้า
สำหรับการขนย้ายเครื่องจักร ,ขนย้ายวัตถุดิบในโรงงาน , คลังกับสินค้า
เรามีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชียวชาญในการขนย้ายเครื่องจักรโดยตรงในการสำรวจ
และให้คำปรึกษาางแผนก่อนขนย้ายและทีมขนย้ายที่มีความชำนาญใน
การขนย้ายเครื่องจักรอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและขนาด ใหญ่
พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย  รับประกันความเสียหายจากการขนย้าย
เพิ่มความมั่นใจตลอดการขนย้ายกับเรา
“บริการให้คำปรึกษาสำรวจวางแผนการขนย้ายให้ท่านฟรี.”

Jan 7

SEO มีประโยชน์อย่างไร

คุณประโยชน์ของ SEO ที่ไม่อาจจะปฎิเสธได้

หลัง จากที่ท่านได้นำ SEO ไปใช้และได้เห็นเว็บไซต์ของตัวเองปรากฎอยู่ในอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาภายใน Search Engine หรือจะยังไม่เห็นก็ตาม แต่นั้นก็เป็นจุดมุ่งหมายของเจ้าของเว็บไซต์ทุกคน และการที่เจ้าของเว็บไซต์ได้นำ SEO ไปใช้จะเข้าใจถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการทำ Search Engine Optimization อย่างแท้จริง ดังนั้นวันนี้เราจะมากล่าวถึงประโยชน์ของการทำ SEO ให้สมาชิกได้ทราบกัน

SEO มีประโยชน์อย่างไร 8 คุณประโยชน์ที่ไม่อาจปฏิเสธ Search Engine Optimization

1.การสร้างลูกค้าด้วยค่าใช้จ่ายที่ประหยัด

อย่างที่ทราบกันอยู่ว่าเราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดในการที่จะทำ ให้ Search Engine มาอินเด็กซ์เว็บไซต์ของเรา และถ้าหากเว็บไซต์ของเราทำ SEO อย่างถูกต้องแล้วก็ยิ่งจะทำให้เราได้รับผู้เยี่ยมชมที่สามารถกลายเป็นลูกค้า ของเราได้อย่างง่ายดายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ในขณะที่คนอื่นอาจจะต้องเสียค่าใช้’จ่ายจำนวนมากต่อเดือนเพื่อลงโฆษณาบน Sponsored Links ไม่ว่าจะเป็น Google, Yahoo หรือ MSN

2.ค่าใช้จ่ายที่คงที่

ค่าใช้จ่ายในการทำ Search Engine Optimization จะเป็นอะไรที่ค่อนข้างคงที่ ซึ่งในบางครั้งการทำ SEO ในช่วงแรกนั้นจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แต่พอผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว หลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนของการบำรุงรักษาอันดับ ค่าบริการสามารถลดลงได้ แต่ในทางกลับกัน การลงโฆษณาแบบ Paid-Search จะค่อนข้างเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

SEO มีประโยชน์อย่างไร 3.ช่วยสร้าง Brand Visibilityสมาชิกลองนึกดูนะครับว่า ถ้าหากสมาชิกค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดคำว่า “ประกันชีวิต” บริษัทประกันภัยชื่อดังต่างๆ ก็จะปรากฏขึ้นมาภายในหน้าแรกของ Google ยิ่งถ้าเป็นเว็บไซต์ของสมาชิกด้วยแล้วละก็ Brand ของสมาชิกก็จะปรากฏต่อสายตาผู้ค้นหาเป็นจำนวนมาก และสำหรับบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ภายในหน้าแรกนั้นหากต้องการที่จะอยู่ในหน้าแรกของ Google ก็ต้องซื้อโฆษณาในรูปแบบ PPC ซึ่งค่อนข้างที่จะแพงถ้าหากเป็นคำที่มีการแข่งขันสูง

4.ช่วยทำให้เกิดเป็นมาตราฐานและสามารถเข้าถึงได้ของเว็บไซต์

การที่เราจะสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่ชื่นชอบต่อ Search Engine นั้นต้องอาศัยการปฏิบัติอย่างถูกต้อง เนื่องจาก Robots/Crawler นั้นสามารถสังเกตเห็นถึงข้อผิดพลาดของโค้ดได้ เพราะฉะนั้นแล้วการตรวจสอบความถูกต้องของโค้ดนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อ SEO และประโยชน์ที่จะตามมานั้นก็คือจะช่วยทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นมาตราฐานมาก ขึ้นและสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

5.ช่วยทำให้เกิด Repeat Business

ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาจาก Search Engine โดยส่วนมากค่อนข้างจะใช้บริการเว็บไซต์ของคุณในระยะเวลาที่ยาวนานกว่า ซึ่งนั้นก็หมายถึงเราสามารถที่จะเพิ่มจำนวนลูกค้าประจำเว็บไซต์ของคุณได้ ด้วยการทำ Search Engine Optimization

6.ช่วยสร้างลูกค้าใหม่

การค้นหานั้นเกิดจากความต้องการของผู้เยี่ยมชม เพราะฉะนั้นแล้วผู้เยี่ยมชมที่มาจาก Search Engine โดยส่วนมากจะมีความสนใจในสินค้าหรือบริการ และถ้าหากเว็บไซต์ของเราแสดงเนื้อหา ข้อมูลที่พวกเขาต้องการ การที่พวกเขาเหล่านั้นจะเปลี่ยนเป็นลูกค้าประจำคนใหม่ของคุณนั้นก็มีโอกาส เป็นได้สูงเช่นกัน

7.ช่วยสร้างคอนเทนต์ที่ไม่เหมือนใคร

เป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วว่าคุณภาพของเนื้อหาและเนื้อหาที่เป็นต้นฉบับ นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการทำ Search Engine Optimization และโดยธรรมชาติของข้อมูลภายในเครือข่าย WWW (World Wide Web) นั้นเนื้อหาที่ดีย่อมดึงดูดลิงค์เชื่อมโยงจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ โดยเหตุผลนี้จึงสามารถอธิบายได้ว่าทำไม คุณภาพของเนื้อหาภายในเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งสำคัญ

8.เป็นโปรโมชั่นที่ไม่เคยหลับ

Search Engine นั้นเปรียบได้เทียบเท่ากับบริษัทโฆษณาส่วนตัวของคุณและทำงานให้คุณตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่ออาทิตย์ 365 วันต่อปี ซึ่งสามารถพูดได้ว่าเป็นบริษัทโฆษณาที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้

นี่ละครับ คือคุณประโยชน์ของการทำ Search Engine Optimization ที่พวกเราไม่สามารถปฏิเสธได้ นี่ก็เป็นเกร็ดเนื้อหาความรู้ที่เราได้นำมาฝากกันในสัปดาห์นี้นะครับ

credit : oxygen.readyplanet.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=570584&Ntype=19

Dec 2

All those sites that are hosted by a dedicated server hosting plan have the server to themselves, or at least the owner. The server is connected to the internet through a series of connections and ports, but they are used by only one person. When you would want to upgrade space or change a processor or even add software on the server, you can go right ahead. You will not need the approval of anyone. In essence, dedicated server hosting is managed by the website owner.

On the other hand, managed dedicated server is managed by the hosting company that provides the service. This is the best option if you are new to server management or if you do not have time for it. The hosting company will do all the setups and put you online in no time. They will take care of security risks and all sorts of support. If you need to add software, just let them know and they will take care of it. This takes a lot of things off your mind which enables you to focus more on your business.

If you are running major sites, its better to let the professional manage the server. Some people will not trust random people with their sites, but hosting companies that offer managed dedicated hosting, are usually reputable and dependable. It is best to let the professionals deal with the server, so that they take care of the technical aspects. They will guarantee 99% since they have been doing it for a while. If there is misconduct on their behalf, you can get a refund in many cases with big companies. The ideal thing about having managed hosting is that they will be on the lookout 24 hours a day, 7 days a week. If there is an attack on the server, they will take care of it. If the server goes offline, they will work to fix it right away. If you have a technical department in your business and they are experienced, you can let them handle the managing to make it less expensive for your company.

The price is a major part, but it saves you time and money. It saves you money as you will not be doing any server management. If there is a hardware problem with the server, you do not take up the charges. Having your server managed also means getting backups on the files. This is an excellent idea, just to be on the safe side. There are many attacks on servers daily. Thus, having someone from the hosting company manage the server is indeed a smart decision. Overall, managed server hosting is one of the best hosting options for large businesses.

Nov 16

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า สวรรค์บนดินแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยว

รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า สวรรค์บนดินแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยว (ไทยรัฐ)

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีพื้นที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เพราะนิสัยความมีระเบียบและวิสัยทัศน์ของผู้นำสิงคโปร์ ทำให้ประเทศเล็กๆแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งเสือที่ไม่อาจมองข้ามได้ โดยเฉพาะเมื่อออกแคมเปญออกมาแต่ละที เรียกได้ว่าเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทั้งสิ้น และ ล่าสุด ดูเหมือนโปรเจ็คบิ๊กบึ่มอย่าง “รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า” ที่คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการในต้นปีหน้า กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งทอล์กออฟเดอะเวิล์ด เพราะงานนี้เก็นติ้งกรุ๊ปทุ่มทุนสร้างกว่า 1.58 แสนล้านบาทให้รีสอร์ทแห่งนี้เป็นแหล่งรวมของความบันเทิงแบบครบวงจร และรวมความเป็นที่สุดของโลกเอาไว้ในที่เดียว

บนพื้นที่กว่า 300 ไร่หรือ 1 ใน 10 ของพื้นที่บนเกาะเซ็นโตซ่า จะถูกเนรมิตให้เป็นแหล่งรวมความบันเทิงและแหล่งพักผ่อนระดับโลกเหนือ จินตนาการแห่งใหม่สำหรับครอบครัว ประกอบด้วย ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ, มารีน ไลฟ์ พาร์ค, พิพิธภัณฑ์การเดินสมุทร, เฟสทีฟ วอล์ก, เอสปาจากลอนดอน  และที่พักระดับเวิล์ดคลาสอีก 6 แห่ง ซึ่งแต่ละสถานที่นั้นก็รังสรรค์มาแบบสุดพิเศษ

เริ่มด้วย “สวนสนุกยูนิเวอร์แชล สตูดิโอ” ธีมพาร์กที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่แรกและที่เดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประกอบไปด้วย 7 โซนหลัก ได้แก่เมืองไซไฟ โซนอียิปต์ โซนนิวยอร์ก โซนเดอะลอสต์เวิล์ด โซนฮอลลีวู้ด บูเลอวาร์ด โซนมาดากัสการ์ และโซนฟาร์ ฟาร์ อะเวย์ ซึ่งโด่งดังจากภาพยนตร์แอนนิเมชั่นเรื่องเชร็ค นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นอีกกว่า 24 ชนิดไว้เอาใจคนรักความตื่นเต้น โดยเป็นเครื่องเล่นใหม่ที่มีที่เดียวที่เดียวถึง 18 ชนิด รวมทั้งรถไฟเหาะรางคู่ที่หวาดเสียวและสูงที่สุดในโลก

ขณะที่คนที่ชื่นชอบโลกใต้ทะเลเป้นชีวิตจิตใจ ก็จะได้ดื่มด่ำแบบเต็มอิ่มกับ “มารีน ไลฟ์ พาร์ค” สวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวบรวมสัตว์น้ำและพันธุ์ปลากว่า 700,000 ชนิด พร้อมแหวกว่ายชมแนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลก และหวาดเสียวกับการดำดิ่งสู่ใต้ท้องทะเลเพื่อให้อาหารเจ้าฉลามเสือ และหากยังไม่จุใจก็สามารถร่วมย้อนรอยประวัติศาสตร์การเดินเรือสำรวจใต้ทาง ทะเลกับแสงสีตระกาตาได้ที่ “พิพิธภัณฑ์การเดินสมุทร”

นอกจากกิจกรรมสุดเอ็กซ์ตรีมแล้ว คุณสาวๆและคุณหนุ่มๆที่หลงใหลในการช้อปปิ้งหรือการเดินชิลๆหล่ะก็ “เฟสทีฟ วอล์ก” เป็นอีกหนึ่งโซนที่ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่จะเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร บาร์เก๋ๆ และร้านค้าแบรนด์ระดับโลก พร้อมชมโชว์และการแสดงสุดพิเศษ “เลอวี” จากมาร์ค ฟิเชอร์ ผู้อยู่เบื้องหลักโชว์ดังระดับโลก และการแสดงประกอบแสงสี เสียงเลเซอร์น้ำและเอ็กเฟ็กซ์สุดอลังการ “เครน แดนซ์”

เหน็ดเหนื่อยกับกิจกรรมมาทั้งวัน ถึงเวลาผ่อนคลายอารมณ์ด้วยห้องพักสุดหรูที่มีให้เลือกพักตามไลฟ์สไตล์ของแต่ ละคน เพราะที่นี่มีให้เลือกถึง 6 แห่งด้วยกัน ทั้งแนวหรูหราไฮโซ บูทีคโฮเต็ล หรือ แนวร็อกแอนด์โรล

อ่านไปอ่านมาใครที่นึกสนใจ อยากจะเก็บกระเป๋าไปเที่ยวแบบเอ็กซ์ตรีม คงต้องรอกันหน่อย เพราะรีสอร์ทแห่งนี้ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง แต่จะเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปีหน้าแน่นอน ใครสนใจก็รีบฟิตร่างกายและเก็บตังค์ไปก่อนแล้วกัน

Nov 3

http://lifestyle.kingsolder.com/image_lifestyle/20081214101125945.jpg

หาดไก่แบ้ เป็นหาดที่ยาวต่อมาจากหาดคลองพร้าว เป็นหาดยอดนิยมหาดหนึ่ง ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่พักมีทั้งแบบราคาประหยัด จนไปถึงบ้านพักอย่างดี หาดไก่แบ้เป็นหาดที่เล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย ท่านสามารถเช่าจักรยานขี่ไปเที่ยวหาดอื่นๆ ที่อยู่ติดกันเช่นหาดคลองพร้าว หาดทรายขาว หาดไก่แบ้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมาก ในช่วงเวลาน้ำทะเลลงมาก ตามรีสอร์ทต่างๆที่หาดไก่แบ้ ยังมีบริการพาไปดำน้ำ ที่เกาะหยวก เกาะมันนอก มันใน ซึ่งอยู่ไม่ไกล จาก เกาะช้าง อีกด้วย

Oct 16

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

เกาหลีใต้

กิน-เที่ยวในแดนโสม (ข่าวสด)

คลื่น เกาหลี หรือ Korean Wave หรือภาษาเกาหลีว่า Hallyu ไหลบ่าไปทุกหนทุกแห่ง รวมถึงเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นหนัง ละคร เพลง อาหารการกิน เครื่องสำอาง ศัลยกรรมความงาม ฯลฯ

อาหารเกาหลีมาแรงในระยะหลัง เมื่อไปถึงที่ก็ต้องชิมกันหน่อย ยิ่งมาช่วงอากาศกำลังดีอย่างนี้ไม่ร้อนไม่หนาว นักท่องเที่ยวหลายกรุ๊ปวันแรกมักจะถูกให้เข้ามากินอาหารที่ Korea House

บรรยากาศย้อนยุค พนักงานทุกคนสวมชุดฮันบก

อาหารเริ่มจากออร์เดิร์ฟ ของกินเล่นในถาดไม้ ปลาหมึกชิ้นเล็ก ถั่ว แห้วสด ปลาตัวเล็กคลุกงา กิมจิถ้วยเล็กวางใกล้ๆ

จากนั้นอาหารชุดจะเริ่มแจกจ่ายให้แต่ละคน ตบท้ายจะเป็นซุปข้าว ที่รู้สึกว่าอร่อยที่สุดในอาหารมื้อนี้

1. ฟิซซ่าเกาหลี

2. ปลาหมึกข้างทาง

3. ห้องน้ำสะอาด

4. บ้านเรือนในกรุงโซล

เกาหลีใต้

ถ้ากินในร้านหรู ราคาของอาหารเกาหลีทำให้กระเป๋าเบาได้ง่ายๆ แต่ไม่แพงเลย หากเลือกให้ดีๆ ร้านข้างทางหรือในตลาด ขายบีบิมบับ (ข้าวยำ), พิซซ่าเกาหลีใส่ผักสารพัดหั่นเป็นชิ้นเล็ก มองๆ ไปคล้ายหอยทอดบ้านเรา ยามเที่ยงเวลาเร่งด่วนข้าวผัดกิมจิก็น่าลอง ราคาตั้งแต่ 2,000-10,000 วอน

สภาพทั่วไปก็น่าเที่ยว ที่บ้านเราน่าจะลองเอาไปคิดดูบ้างคือห้องน้ำ ทั้งสาธารณะและในห้างร้าน

สะอาดเอี่ยมไม่มีกลิ่นรำคาญใจ บางแห่งวาดรูปประตูหน้าห้องน้ำสวยงามน่าถ่ายรูปเก็บไว้ มีห้องน้ำสำหรับครอบครัวให้เข้าพร้อมกันทั้งพ่อแม่ลูก เรื่องเก็บค่าบริการหรือขายกระดาษชำระไม่มีให้เห็น

แหล่งช็อปมีหลายแบบ อย่างยามดึกต้องที่ตลาดเมียงดงหรือสยามสแควร์เกาหลี โดยเฉพาะร้านเครื่องสำอางจะเจอลูกทัวร์ไทยมากที่สุด หนุ่มสาวชาวโสมสูงขาวสวยๆ หล่อๆ ทั้งนั้น อีกแห่งคือตลาดทงเดมุน ต่อรองราคาได้ด้วยเครื่องคิดเลข กดตัวเลขจนเป็นที่พอใจ เพราะคนเกาหลีไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ

บางร้านเปิดตลอด 24 ชั่วโมง สินค้ามีสารพัดอย่างเสื้อผ้า ของที่ระลึก รองเท้า กระเป๋า

อย่าลืมปลาหมึกเกาหลี ขอบอก อร่อยมากๆ เนื้อหนามาก ขายเกลื่อนในตลาดตัวใหญ่หัวโต คนไหนชอบกินบะหมี่สำเร็จ ก็มีแบบซองใหญ่ซองเดียวอยู่

อาคารบ้านเรือนปลูกบนเชิงเขา ที่สูงๆ ต่ำๆ ฉะนั้น ซีรีส์เกาหลีพระเอกชอบให้นางเอกขี่หลัง ไม่มีการอุ้ม ขืนอุ้มมีหวังล้มกลิ้งตกเขากันทั้งคู่ ย่านธุรกิจมีกล่องใส่หนังสือพิมพ์ริมทางแจกฟรี ถ้าสนใจจะอ่าน

ค่าครองชีพสูง เมื่อเทียบกับของไทย 1 วอน เท่ากับ 0.0274 บาท การเข้าประเทศยุ่งยากหน่อย จังหวะดีผ่านฉลุย ถ้าโชคไม่อำนวย อาจต้องเข้าห้องสอบปากคำ หรือถูกส่งตัวกลับประเทศ เพราะเกาหลีเข้มงวดกับแรงงานต่างด้าวมาก

เข้าประเทศไม่ต้องทำวีซ่า พกหนังสือเดินทางไปเท่านั้นเอง

Oct 14

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

หลังจาก “มูนา ซาราวาณี” ม่ายสาวชาวไทย ที่ไปแต่งงานกับเศรษฐีชาวดูไบ ซึ่งรวยติดอันดับ 1 ใน 5 ของดูไบ ไปออกรายการ ตีสิบ ทางช่อง 3 บอกเล่าเรื่องราวที่ไปใช้ชีวิต ณ ดูไบ รัฐหนึ่งในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates) ทำเอาสาวๆ นั่งฝันหวานถึงชีวิตที่น่าอิจฉาของเธอ พร้อมๆ กับอยากรู้จัก “ดูไบ” ให้มากกว่าขึ้นแน่ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงจะพาไปท่องเที่ยวและสัมผัสชีวิตของชาว “ดูไบ” กัน…ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมตัวไปเที่ยวดูไบกันเถอะ

ดูไบ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้ง อยู่ทางภาคเหนือของประเทศมีพื้นที่ประมาณ 3,225 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 1,674,527 คน ดูไบถือเป็นเมืองแห่งความมหัศจรรย์ เพราะที่ถูกผันแปรจากดินแดนทะเลทรายมาสู่ความมั่งคั่งในการค้า บริการ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และศูนย์กลางธุรกิจ ไม่จำกัดเฉพาะการค้าน้ำมันแบบก่อนๆ

ขณะที่ตึกสูงระฟ้าผุดขึ้นทั่วเมือง รวมถึงตึกสูงสุดในโลกกว่า 180 ชั้นที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ว่ากันว่าเครนที่ใช้งานก่อสร้างในโลกขณะนี้ กว่า 40% อยู่ในดูไบ (โอ้โห) และรายได้หลักของชาวดูไบมาจากหลายทาง ไม่เฉพาะการขายน้ำมันถือที่ถือว่าเป็นรายได้หลักของประเทศ เพราะมีการผลิตน้ำมันสู่ตลาดโลกวันละ 2-2.5 ล้านบาร์เรล หากคิดรายได้เป็นเงินไทยตกวันละร่วมหมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่มีไม่มาก และส่วนใหญ่ประชากรเป็นชาวต่างชาติที่เข้าไปอาศัย กว่า 75% ที่นี่จึงนับเป็นเมืองน่าสนใจที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตของจีดีพีสูงที่สุดในโลก

และไม่ต้องกลัวว่าไปเที่ยวดูไบเมืองทะเลทรายแล้วจะขาดน้ำ เพราะทุกวันนี้ดูไบซึ่งไม่มีแหล่งน้ำจืด ได้สร้างโรงกลั่นน้ำทะเลของตัวเอง จนสามารถกลั่นออกมาเป็นน้ำจืด มากกว่าความต้องการจริงถึงวันละ 3 เท่า…ไม่มีฝันอะไรอีกแล้ว ที่ดูไบทำไม่ได้ (จริงไหม)

ข้อมูลรัฐ…”ดูไบ”

ที่ตั้ง : ตะวันออกกลาง (Middle East) มีอาณาเขตติดต่อกับอ่าวโอมาน (The Gulf of Oman) และอ่าวเปอร์เซีย (The Persian Gulf) ระหว่างประเทศโอมานกับซาอุดิอาระเบีย

ภูมิประเทศ: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 7 รัฐ ประกอบด้วย Abu Dhabi ซึ่งมีสถานะเป็นเมืองหลวง นอกจากนั้นก็มีเมือง Dubai , Sharjah, Ajman, Umm Al Quwain, Ras Al Khaimah และ Fujairah โดยมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 83,600ตารางกิโลเมตร โดยเป็นพื้นที่ของดูไบประมาณ 3,225 ตารางกิโลเมตร มีอ่าวหรือเกาะเล็กตัดผ่านเมือง ทำให้แบ่งเมืองดูไบออกได้เป็น 2 ส่วน คือ เมือง Deira ทางตอนเหนือ และเมือง Bur Dubai ทางตอนใต้

เชื้อชาติ : ชาวเอมิเรตส์ 19%, ชาติอาหรับและอิหร่าน 23%, เอเชียใต้ 50%, ชาวตะวันตกและชาวเอเชียตะวันออก 8%

ศาสนา : เป็นมุสลิม 96% (ลัทธิชีอะห์ 16%) โดยมีชนกลุ่มน้อยที่นับถือศานาคริสต์ ฮินดูและอื่นๆ อีก 4%

ภาษา : มีภาษาอาระบิกเป็นภาษาทางการ โดยมีภาษาที่สองคือ ภาษาเปอร์เซีย อังกฤษ ฮินดู และ ภาษอิรดู

ประชากร : 419, 104 คน

พื้นที่ : 35 ตารางกิโลเมตร

เขตเวลา : GMT/UTC + 4 hours

ภูมิอากาศ : มีลักษณะกึ่งเขตร้อน และแห้งแล้ง โดยมีอุณหภูมิระหว่างต่ำสุดคือเกือบ 10 องศาเซลเซียส ไปจนถึงอุณหภูมิที่ระดับ 48 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส แต่ในเดือนกรกฎาคมอุณหภูมิเฉี่ยอยู่ที่ 41 องศาเซลเซียส

อาหาร : อาหารของชาติอาระบิก จะมีรสชาติคล้ายคลึงกับอาหารเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีข้าวหมกเป็นอาหารยอดฮิต มีรสชาติจัดจ้าน สำหรับของว่างก็จะมีพวกซาโมซา หรือ ผักย่างรวมไปถึงกาปับ (เนื้อสัตว์ย่าง) และที่พลาดไม่ได้สำหรับของหวานคือ Um Ali หรือพุดดิ้งนมนั่นเอง

ประวัติเมืองดูไบ

ในปี 1833 ชนเผ่า Bani Yas tribe ประมาณ 800 คน นำโดยตระกูล Maktoum ซึ่งยังปกครองประเทศอยู่ในปัจจุบัน ได้อพยพมาตั้งหลักแหล่งบริเวณปากอ่าว ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นท่าเรือ ที่อุดมสมบูรณ์จึง ทำให้ดูไบกลายเป็นศูนย์กลางของการค้าทางทะเล รวมทั้งการทำประมงและการทำฟาร์มไข่มุก หลังจากนั้นในปีศตวรรษที่ 20 ประเทศดูไบก็กลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าและการ ส่งออกที่สำคัญ โดยมีซุก (ชื่อเรียกของตลาดบริเวณตะวันออกกลาง) ขนาดใหญ่ที่สุดตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า Diera

ปี 1966 ดูไบกลายมาเป็นรัฐมหาอำนาจรัฐหนึ่งในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังจากที่มีการค้นพบน้ำมันดิบ ทำให้เมืองโบราณอายุสองพันปี กลายเป็นเมืองทันสมัยในพริบตา ด้วยโครงการ The Palm ที่เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งทะเล ให้กลายเป็นแหล่งความเจริญทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม และรีสอร์ท ต่างๆ ด้วยงบลงทุนประมาณสามพันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

การค้าขายในดูไบประสบความสำเร็จมาก สามารถดึงดูดให้พ่อค้าชาวอิหร่าน และอินเดียมาตั้งถิ่นฐานเพื่อทำการค้าขายในประเทศได้ แต่ขณะที่การค้าขายเจริญมากขึ้น ฐานะทางการปกครองของดูไบก็ยังคงเป็นแค่รัฐในอารักขาของอาณานิคมอังกฤษ ซึ่งอยู่ในส่วนหนึ่งบนพื้นที่ทางตอนเหนือของชายฝั่งของคาบสมุทรอาระเบีย ดังนั้น ภายหลังจากที่อังกฤษได้ถอนตัวออกจากการปกครอง ในปี 1971 ดูไบพร้อมด้วยอีกหลายรัฐ ได้ร่วมกันก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์

และถัดจากนั้นในช่วงยุค 1980-1990 ดูไบได้ลงทุนสร้างสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งนี้ เพื่อรณรงค์ให้ดูไบเป็นประเทศ ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยในปี 2000 จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าในดูไบมีจำนวน 3 แสนคน มากกว่าจำนวนประชากรของดูไบที่มีทั้งหมดประมาณ 850,000 คน


สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

ดูไบเป็นเมืองที่เรียกได้ว่าล้ำสมัยไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ และสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดและปลอดภัย แต่ที่ดูไบเป็นหนึ่งในลิสต์ของนักท่องเที่ยวหลายคน (โดยเฉพาะนักช้อป) ก็เพราะว่าที่นี่มีการขายสินค้าปลอดภาษี นอกจากนี้ ดูไบยังมีตลาดหรือที่เรียกว่า ซุก (Souk) โดยจะขายสินค้ามากมายหลายอย่าง ซุกที่ขึ้นชื่อก็ย่าน Deira Covered Souk ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ของดูไบ

นอกจากนี้ หากมาดูไบและไม่ได้พูดถึงหรือไม่ได้มาเดินแถว Gold Souk ก็ถือว่าไม่ได้มาถึงดูไบ เพราะที่นี้ถือเป็นตลาดทองรูปพรรณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง แต่ขอเตือนว่าหากมาเดินย่านนี้คงต้องสวมแว่นกันแดดติดตามาด้วย เพื่อความปลอดภัยของสายตาท่าน (ก็แสงแดดที่ส่องสะท้อนมายังทองดูไบดูแล้วเจิดจ้าบาดตาจริงๆ) อะๆ ดูไบไม่ได้มีสถานที่เที่ยวเท่านี้นะ แต่จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันดี…

หมู่เกาะต้นปาล์ม

หมู่เกาะต้นปาล์ม เป็นโครงการก่อสร้างเกาะจำลองบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ในดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยแต่ละเกาะจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนต้นปาล์ม และล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลม โดยพื้นที่จะมีการจัดเป็นที่อยู่อาศัย และรีสอร์ท การพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ ในโครงการจะมีการสร้างทั้งหมด 3 เกาะได้แก่ ปาล์ม Jumeirah, ปาล์ม Deira และ ปาล์ม Jebel Ali

อาคารเบิร์จดูไบ

เบิร์จดูไบ (ภาษาอาหรับ: برج دبي , Burj Dubai – หอคอยดูไบ) เป็นตึกระฟ้าสูงยวดยิ่ง ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างในย่านกลางเมืองดูไบ และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะถูกจัดเป็นอาคารระฟ้าที่สูงที่สุดในโลก กำหนดให้เข้าใช้งานได้ในต้นปี พ.ศ. 2552 ณ โดยจะสร้างให้มีความสูงประมาณ 818 เมตร ในดูไบยังมีโครงการก่อสร้างตึกในชื่อว่า อัลเบิร์จ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบและวางแผน โดยความสูงยังคงถูกเก็บเป็นความลับเช่นกัน โดยประมาณการว่าอาจจะสูงอย่างน้อย 800 เมตร

การตกแต่งภายในจะบ่างออกเป็นโรงแรมอาร์มานี 37 ชั้นล่าง โดยชั้น 45 ถึง 108 จะเป็น อพาร์ตเมนต์ โดยที่เหลือจะเป็นออฟฟิศสำนักงาน และชั้นที่ 123 และ 124 จะเป็นจุดชมวิวของตึก ส่วนบนของตึกจะเป็นเสาอากาศสื่อสาร นอกจากนี้ชั้น 78 จะมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ และตึกนี้จะติดตั้งลิฟต์ที่เร็วที่สุดในโลก ที่ความเร็ว 18 ม/วินาที (65 กิโลเมตร/ชั่วโมง, 40 ไมล์/ชั่วโมง)

เบิร์จอัลอาหรับ

เบิร์จอัลอาหรับ (ภาษาอาหรับ: برج العرب , Burj al-Arab) เป็นโรงแรมหรูหราและเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในโลก โดยมีความสูง 321 เมตร (1,053 ฟุต) โดยตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวเปอร์เซีย โดยเชื่อมต่อกับฝั่งผ่านทางสะพาน เบิร์จอัลอาหรับเป็นเจ้าของโดย จูเมราฮ์ การก่อสร้างเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2537 แล้วเสร็จและเริ่มเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2542 โดยตัวตึกออกแบบมีลักษณะคล้ายเรือใบ dhow ซึ่งเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่งของชาวอาหรับ

ส่วนห้องในโรงแรมเบิร์จอัลอาหรับมีลักษณะเป็นห้องสวีตคู่ 202 ห้อง โดยห้องที่เล็กสุดมีขนาด 169 ตารางเมตร (1,819 ตารางฟุต) และห้องใหญ่สุดมีขนาด 780 ตารางเมตร (8,396 ตารางฟุต) และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมที่แพงที่สุดในโลก โดยราคาค่าที่พักอยู่เริ่มต้นที่ $1,000 -$15,000 ต่อคืน และห้องที่แพงสุดจะอยู่ที่ราคา $28,000 ต่อคืน

ถนน Al Fahidi

ถนน Al Fahidi ตั้งอยู่ใจกลางซุก Bur Dubai เป็นศูนย์กลางร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ โฮมเธียร์เตอร์ รวมไปถึงอุปกรณ์ถ่ายรูป ซึ่งเสนอขายในราคาย่อมเยาว์

Al Nasr Leisureand

ตั้งอยู่บริเวณ Bur Dubai ห่างจากถนน Zabeel เป็นสวนสาธารณะที่ทันสมัยแห่งหนึ่ง ผุ้ชื่อชอบการเล่นกีฬาจะต้องถูกใจเป็นพิเศษ เพราะสวน Zabeel นี้ มีทั้งลู่สำหรับโยนโบล์ลิ่ง พื้นน้ำแข็งราบสำหรับเล่นสเก๊ต และสระว่ายน้ำ รวมไปถึงสวนสนุกสำหรับเด็ก เปิดทุกวัน เวลา 09.00-22.00 น.

Bait Al Wakeel

สร้างขึ้นในปี 1934 โดยท่านชีคราชิด ซึ่งเป็นผู้ครองรัฐองค์ที่แล้ว ถือว่าเป็นตึกทางการแห่งแรกของดูไบโดยในปัจจุบันได้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์จัด แสดงความเป็นมา และวิถีชีวิตของชาวประมง

Bani Yas Square

สิ่งที่เห็นได้ชัดในบริเวณ Bani Yas Square คือ หอ Deira ที่มีลักษณะยอดบนเป็นวงกลม บริเวณจัตุรัสจะมีสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งหุ่ม และ สินค้าบริโภคทั้งหลายให้คุณต่อรองราคากันได้

พิพิธภัณฑ์ดูไบ

ด้านในของพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นด้านบนและด้านล่าง ด้านบนจะเป็นแบบจำลองกำแพงหินและกระท่อมแบบชาวพื้นเมืองเก่าๆ สำหรับด้านล่างหรือชั้นใต้ดินจะกว้างใหญ่และลึกลับซับซ้อนมาก มีทั้งภาพวาดสีน้ำของดูไบในอดีต การจัดหุ่นนิ่งแสดงวิถีชีวิตของคนพื้นเมือง มีการจำลองบรรยากาศใต้ทะเลโดยใช้แสงสีจำลอง ทำให้เห็นภาพของชาวดูไบในอดีต นอกจากนี้ ยังมีห้องแสดงความก้าวหน้าทางวิทยาการโบราณแบ่งซอยออกไปอีก โดยจัดแสดงพัฒนาการของตัวเลขและตัวอักษรอาระบิก รวมไปถึงการเรียนรู้วิชาดาราศาสตร์และเรื่องราวของทะเลทราย

Bastakiya

ย่าน Bastakiya เป็นย่านที่เรียกได้ว่าเป็นย่านเมืองเก่าถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม และ แกลอรี่ศิลปะ ของที่นี่เลยทีเดียว บริเวณดังกล่าวนี้เป็นเพียงทางแคบๆ โดยมีหอกังหันลมตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง ทำให้นึกย้อนไปในอดีตที่บริเวณ Bastakiya นี้มักจะเต็มไปด้วยหอกังหันลม ตั้งเรียงรายอยู่บริเวณที่เรียกว่า The Creek ซึ่งหอกังหันลมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยประดับประดาตกแต่งย่าน Bastakiya ให้สวยงามน่าชมแล้ว ยังช่วยให้บรรเทาความร้อนให้กับบ้านเรือนที่ตั้งอยู่แถวนั้น ก่อนที่จะมีไฟฟ้าใช้อีกด้วย

สวนสัตว์ดูไบ

ถึงแม้ว่าสวนสัตว์ของดูไบ ที่ตั้งอยู่บนถนน Jumeirah Beach จะเล็กไปบ้าง แต่เชื่อได้ว่าคุณต้องรู้สึกทึ่ง กับบรรดา สัตว์หลากหลายชนิดอาศัยที่อยู่ในนี้ เพราะนอกจาก คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับนกนานาประเภทแล้ว

คุณยังต้องรู้สึกตื่นเต้นไปกับสัตว์น้อยใหญ่ รวมไปถึงสัตว์ที่มาจากต่างประเทศด้วย

Shiekh Zayed Road

เทียบได้กับย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองแมนฮัตตัน เป็นเขตการค้าของเมือง ล้อมรอบไปด้วยตึกสูงระฟ้า เป็นสถานที่ตั้งของตึก World Trade Centre และ โรงแรม Emirates Tower

The Creek

เป็นจุดชมทิวทัศน์ มีลักษณะเป็นท่าเรือที่ตัดผ่านใจกลางเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมประวัติศาสตร์และเป็นย่านชุมชนใน ดูไบ The Creek เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมวิวทิศทัศน์ ยิ่งผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและประเพณีของผู้คนชาติต่างๆ จะต้องรู้สึกชื่นชมและประทับใจกับภาพทั้งสองฟากฝั่ง โดยเฉพาะภาพที่นกนางนวลหลายร้อยตัวบินโฉบฉวัดเฉวียนผ่านเรือสัญจร หรือที่เรียกว่า เรือเดา (dhow) มีลักษณะเป็นเรือใบเสาเดียวทีชาวอาหรับใช้เป็นพาหนะที่แล่นผ่านไปมา มีพระอาทิตย์ดวงกลมโตที่ค่อยๆ ลดแสงลง เป็นฉากหลัง

คุณสามารถล่องเรื่อข้ามฟากชื่นชมสองฝั่งของดูไบได้ ตรงท่าขึ้นเรือตรงข้ามกับโรงแรมคอนติเนนตัลในฝั่ง Deira และ ตรงข้ามกับซุกเก่าในเขต Bur Dubai และที่กับภาพความสวยงามเหล่านั้นได้อย่างชัดเจนที่สุดคือตรงจุดที่เรียกว่า abra ซึ่งเป็นทางเข้าทางน้ำเล็กๆ กั้นระหว่างซุก Deira กับด้าน Bur Dubai และหากคุณล่องเรือไปจนสุดปลายอ่าว คุณจะเห็นทะเลสาบบนเกาะหินปะการังขนาดใหญ่และเป็นที่ตื้นเขิน ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นที่อพยพของสัตว์ โดยเฉพาะนก ที่ในฤดูหนาวจะอพยพมาตั้งหลักแหล่งในคราวเดียวกันถึง 27,000 ตัว โดยเฉพาะนกฟลามิงโกใหญ่

Wild Wadi

ถัดจากโรงแรม Jumerah Beach ไปไม่ไกลนัก คุณจะได้พบกับสวนน้ำติดอันดับหนึ่งของโลกที่มีขื่อว่า Wild Wadi ที่นี่คุณจะได้พบกับเครื่องเล่นที่เร้าใจและสนุกสนานเพลิดเพลิน แนะนำเครื่องเล่น Log River, Ring Ride, Flood River, Wave Pool, Flow Rides และอื่นอีกมาก

หมู่บ้านนักท่องเที่ยว Al Boom

อยู่ติดกับสวนสาธารณะ Creekside คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับร้านขายอาหาร คอฟฟี่ช็อป ภัตตาคาร และสวนสนุกมากมาย ท่ามกลางบรรยายกาศ และวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบ และเรือนำเที่ยวขนาดใหญ่ที่จอดรอรับลูกค้า

สถานที่ประวัติศาสตร์

หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชนชาติต่างๆ คุณก็ต้องไม่พลาดที่จะเยี่ยมชมสถานที่สำคัญของดูไบ เป็นที่ที่คุณสามารถพบเห็นเครืองมือเครื่องใช้ซึ่งเป็นผลผลิตที่เกิดจาก มนุษย์จากยุคศตวรรษที่ 7 จนถึงศตวรรษที่ 15

นอกจากเที่ยวชมซุก และชอปปิ้งสินค้าปลอดภาษี รวมถึงสำรวจเมืองเรียบร้อยแล้ว กิจกรรมที่น่าสนใจอื่นของดูไบ ที่อยากท้าให้ลอง คือ การขี่ม้า ขี่อูฐ และสำหรับท่านที่ชอบการออกรอบ สนามตีกอล์ที่ดูไบนี้ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามกอล์ฟคุณภาพแห่งหนึ่งของ โลก ที่อำนวยความครบครันในเรื่องของความสะดวกสบาย ความใหญ่โต และความสวยงาม ในบรรยากาศของท้องทะเลทราย ที่กว้างใหญ่แต่ไม่เวิ้งว้าง

การเดินทาง

สำหรับการทำวีซ่าดูไบนั้น ไม่สามารถยื่นเรื่องขอได้ที่สถานฑูตที่เมืองไทย ต้องยื่นผ่านบริษัททัวร์หรือสายการบินเอมิเรสต์ใช้เวลาขั้นต่ำ ประมาณ 1 อาทิตย์ และสามารถอยู่ได้ 1 เดือนเท่านั้น สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสายการบินเอมิเรตส์กรุงเทพฯ โทร 0-2664-1040-4 หรือเข้าเยี่ยมชมเว็บไซดต์ www.emirates.com/th

เอกสารสำหรับขอวีซ่า

- หนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริง มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป นับจากวันเดินทาง, มีหน้าวีซ่าเหลือมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป

- ที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้

« Previous Entries