นานาไร้สาระกับแพททริค

Jan 21
Etude House
icon1 admin | icon2 Articles | icon4 01 21st, 2010| icon3No Comments »

1. Etude : 55 Baby Lip Project

อันนี้เป็นลิปบำรุงของ Etude ที่สั่งซื้อมาเป็นชิ้นแรกเลยอ่าค่ะ

ตัวนี้เห็นพี่คนขายบอกว่าใช้แล้วจะทำให้ปากอมชมพูขึ้น

วิธีใช้คือ ตัวที่เป็นหลอดนั้นจะเป็นตัวสครับค่ะเอามาสครับปากให้ทั่วๆเลย

แล้วพอสครับเสร็จก้อเอาผ้ามาเช็คออก แล้วก้อนำตัวที่เป็นกระปุกเล็กๆนั้น

ทาตอนหลังสครับค่ะ แต่ว่าพอเราใช้ไปแล้วก้อไม่เห็นมีไรเกิดขึ้นน๊าค่ะ

โดยเฉพาะตัวที่เป็นตัวสครับอ่าค่ะ ไม่รู้เราแพ้รึป่าวเราอาจจะแพ้ก้อได้ พอขัดเสร็จ

เรารู้สึกว่าปากแห้งมากๆๆเลย แล้วลอกหนักกว่าเก่าอีกส่วนตัวที่เป็นลิปนั่นหอมมากๆเลย

เป็นกลิ่นช็อคโกแล็ต อ่อ ลืมบอกว่าแต่พอเราใช้ตัวที่เป็นกระปุกอย่างเดียวปากก้อไม่ลอกน่ะค่ะ

สงสัยเราจะแพ้ตัวสครับอ่า

คะแนน : เต็ม5 เราให้ 2 พอล่ะกัน

ถ้าหมดคงจะไม่ซื้อต่อแน่เพราะแพ้ แต่ยังดีที่ตัวลิปยังใช้ดีและหอมอร่อย อิอิ

2.Peach Water Gloss No.3 กับ น้ำหอมของ Etude

ลิปกลอสกลิ่นพีสของEtudeที่ทุกๆคนรู้จักกันดี แล้วก้อน้ำหอมของEtudeคร๊า

อยากจะบอกน้ำหอมหอมมากๆๆๆๆๆๆ กลิ่นออกแนวหวานๆอ่าค่ะ

ส่วนลิปกลอสนั้นเบอร์ 03 กลิ่นพีสหอมมากๆค่ะแต่สีนี้จะเป็นสีชมพูอมม่วงๆอ่าค่ะ

เลยไม่ค่อยถูกใจเราอ่า เราสั่งมาผิดสีความจริงอยากสีชมพูอมแดง แต่พอทาแล้วก้อใช้ได้คร๊าคราวหน้าจะสั่งเบอร์ 05

คะแนน : ลิปกลอส 4 ส่วนน้ำหอมเต็ม 5

ถ้าหมดอาจจะซื้อต่อโดยเฉพาะน้ำหอมซื้อต่อแน่นอน

3.Dream On แป้งฝุ่นคร๊า

ตัวนี้ใช้ดีมากๆเลย แต่ถ้าทาเยอะๆนี่หน้าจะลอยไม่ใช่เล่นเลยอ่าค่ะ

เราสั่งเบอร์1มาสำหรับผิวขาว แต่เราขาวเหลืองสงสัยยังขาวไม่พอ 555+

แต่ถ้าทาพอดีก้อไม่ลอยค่ะ เนียนมากมายเลยหอมด้วย

คะแนน : ให้4

หมดแล้วคงจะซื้อต่อแต่จะลองเบอร์ 02 แทนทาเยอะจาได้ไม่ลอย เหอะๆๆ

4.Tester

ใช้แค่ Aqua Sherbet เองอ่าค่ะส่วน BB นั่นไม่ได้ใช้

ยกไปให้แม่แล้ว เพราะเราไม่รู้จะปกปิดอะไร

คะแนน : Aqua Shabet ให้ 5

รู้สึกเย็นๆดีค่ะ เวลาทาแต่ว่าไม่รู้สึกว่าขาวหรืออะไรขึ้นเลยแต่ให้ 5 เพราะชอบเย็นดี อิอิ

ต่อไปขอรีวิวแบบรวมๆเน้อ บางอันจำชื่อไม่ได้

1.55 Kisfull Tin Chou No.1 สีแดง

คะแนน : ให้เต็ม 5 เลย ใช้ดีมากๆๆๆๆๆ ชอบมากเพราะเวลาทาจะดูเป็นธรรมชติดีแล้วปากไม่แห้งด้วย

2.Cookie Blush No.2

คะแนน : ให้ 4 สีสวยมากๆสีชมพูอมส้ม ที่สำคัญที่เราซื้อมานี่ชอบแพ็คเกดสุดๆน่ารักมากแต่หักตรงที่สีอ่อนไปหน่อย

3.SkinFood ครีมบำรุงเล็บ แครอท

คะแนน : .ให้ 4.5 ที่หักไปนิดนึงคือ กลิ่นมาน….ไปหน่อยค๊า แต่ว่าใช้ดีน่ะเล็บเงาเลยเล็บไม่เหลืองด้วย

4.Etude Dear Darling Tint No.2

คะแนน : ให้ 5 เลย เพราะใช้ดีมาก หอม ติดทนใช้ได้น่ะแต่ถ้ากินข้าวก้อหลุดอ่าค่ะสวยดีสีแดง

5.SkinFood Avocado Lip Balm

คะแนน : ให้ 4 ค่ะ ใช้ดีมากปากไม่แตกเลย หอมด้วยหอมมากๆ แต่ว่าที่หักก้อตรงที่เนื้อลิปแห้งไปหน่อย

6.SkinFood Tomato Cool Jelly Tint

คะแนน : ให้ 1 พอหมดแล้วคงจะไม่ซื้อต่อแน่นอนแต่คิดว่าคงใช้ไม่หมดเพราะเราไม่ใช้แล้ว
เก็บเข้ากรุใช้แล้วปากแตกอ่าค่ะแล้วสีดูไม่เหมาะกับปากเรา

7.Etude น้ำหอมเนื้อเค้ก

คะแนน : ให้ 3 คร๊า กลิ่นหอมมากๆเลยกลิ่นเดียวกะที่เป็นขวดอ่าค่ะที่รีวิวข้างบนไปแล้วแต่ว่าเราทาแล้วไม่ค่อยจะได้กลิ่นอ่า

8.Etude 44 Dark Circle Concealer

คะแนน : ให้ 5 เลย เพราะปกปิดดีมากๆๆเนียนด้วย

9.Etude 66 Big Eye Vitcara

คะแนน : ให้ 5 ค่ะหัวแปรงเป็นแบบซี่หวี 2 ด้านเราใช้แล้วงอน+ยาวมากๆๆ โดยเฉพาะความยาวยาวมากๆ ชอบๆ

1.SkinFood ที่ขัดตัวกาแฟ

คะแนน : ให้เต็ม 5 เลย กลิ่นหอมมากๆขัดแล้วอยากกิน แล้วพอขัดไปสักพักจะรู้สึกว่าขาวและใสขึ้นคร๊า

2.SkinFood Hop Bear Hair Wash

คะแนน : ให้ 2 อ่า เพราะเราใช้เป็นตัวเทสเตอร์เอง เลยยังไม่รู้ว่าดีรึป่าวแต่สะอาดดีน่ะ

3.SkinFood ครีมทาผิวลูกพีส

คะแนน : ให้ 4 กลิ่นหอมากมายเลย ทาผิวแล้วซึมเลยไม่เหนียว แต่ได้ใช้ไปนิดเดียวเลยไม่รู้ว่าดีป่าว

4.Etude MoisFull Cream

คะแนน : ให้ 4 ตอนแรกที่ทาออกแนวเหนียวๆหน้าหน่อยๆแต่พอสักพักเหมือนครีมเรื่อมซึม แต่ยังไม่รู้ว่ามีไรเกิดขึ้น

เพราะใช้แค่ตัวเทสเตอร์ แต่หอมากๆรู้สึกชุ่มชื่นดีคร๊า

Jan 12

บริการ ขนย้ายเครื่องจักร
บริการขนย้ายเครื่องจักรอุตสาหกรรมทุกชนิด ขนย้ายวัตถุดิบในโรงงาน  คลังกับสินค้า
สำหรับการขนย้ายเครื่องจักร ,ขนย้ายวัตถุดิบในโรงงาน , คลังกับสินค้า
เรามีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชียวชาญในการขนย้ายเครื่องจักรโดยตรงในการสำรวจ
และให้คำปรึกษาางแผนก่อนขนย้ายและทีมขนย้ายที่มีความชำนาญใน
การขนย้ายเครื่องจักรอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและขนาด ใหญ่
พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย  รับประกันความเสียหายจากการขนย้าย
เพิ่มความมั่นใจตลอดการขนย้ายกับเรา
“บริการให้คำปรึกษาสำรวจวางแผนการขนย้ายให้ท่านฟรี.”

Jul 22

“หมอประเสริฐใหญ่” ชี้ หวัดใหญ่ตายเพิ่มเป็น 44 ราย อัตราตายยังต่ำ ขณะที่หวัดฤดูกาลเฉลี่ยตายวันละ 1 ราย ขณะที่ “หมอประเสริฐเล็ก” ยันวัคซีนทั้งเชื้อเป็น-เชื้อตาย ปลอดภัย เริ่มการทดสอบฉีดวัคซีนไข้หวัด2009ให้กับคนเป็นครั้งแรกที่ออสเตรเลีย

ที่โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ ให้สัมภาษณ์ในการประชุมสื่อมวลชน “ไข้หวัดใหญ่ 2009 ความจริงที่ต้องรู้” ว่า การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ใน ประเทศไทย คาดว่าหลังจากนี้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า การแพร่ระบาดจะอยู่ในช่วงสูงสุด และจะมีการแพร่ระบาดอย่างหนัก และต่อจากนั้นอีก 2 เดือนจะลดลง แต่คนจะมีภูมิคุ้มกันโรคมากขึ้น ดังนั้นขณะนี้ไม่ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะวางมาตรการขนาดไหน การระบาดของโรคก็จะดำเนินไปอย่างนี้ โดยในจำนวนผู้ติดเชื้อครึ่งหนึ่งจะแสดงอาการ และอีกครึ่งหนึ่งจะไม่แสดงอาการ

นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า การระบาดขณะนี้หากประชาชนรู้จักดูแลตนเองโรคก็จะลดลง ส่วนกระทรวงสาธารณสุขหากควบคุมได้หรือมีวัคซีนมากใช้อย่างรวดเร็วก็จะตัดการ ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าประเทศใดก็ประสบปัญหาเหมือนกันหมด

ส่วนที่พบผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นถึง 20 รายในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในแต่ละปีมีผู้ป่วยเสียชิวิตจากปอดบวมด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 400 คนต่อปี เฉลี่ยตายวันละ 1 คน แต่ในส่วนโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีการระบาดมา 3 เดือนแล้ว หากเปรียบเทียบก็น่าจะมีผู้เสียชีวิต 90 คน ดังนั้นจำนวน 44 คน ถือว่ายังเป็นอัตราการตายต่ำ

ด้าน นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล ภาคจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากที่ประเทศไทยได้สั่งนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งจะส่งมาถึงในปลายปีนี้นั้น ซึ่งเป็นวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อตาย จากติดตามพบว่า ยังไม่มีการรายงานผลข้างเคียงทางระบบประสาทอย่างที่มีตั้งข้อสังเกต ทั้งนี้แม้ว่าเป็นวัคซีนใหม่ แต่เชื่อว่าความปลอดภัยน่าจะเหมือนเดิม ส่วนในเรื่องประสิทธิภาพป้องกันนั้น เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ การกระตุ้นภูมิคุ้มกันอาจยังไม่ได้เท่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ป้องกันสาย พันธุ์ตามฤดูกาล ดังนั้นอาจต้องฉีดมากกว่า 1 เข็มเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงาน แต่หากเป็นการผลิตจากเชื้อเป็น ฉีดพ่นจมูกใช้เพียงแค่โดสเดียวน่าจะเพียงพอ

ส่วนกรณีที่มีความเป็นห่วงในเรื่องโรงผลิตวัคซีน หากเกิดปัญหารั่วไหลของตัวเชื้อนั้น นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า ความปลอดภัยตัวโรงงานผลิตวัคซีนเชื้อเป็นนั้น คิดในแง่ที่เลวร้ายที่สุด หากมีอะไรรั่วไหลออกมา สิ่งที่รั่วออกมาเป็นเพียงเชื้อที่เลี้ยงอยู่และถูกทำให้ปลอดภัยแล้ว ไม่อันตราย เท่ากับว่าโรงงานนี้มีความปลอดภัยสูง ไม่สามารถทำอันตรายได้ สามารถฉีดได้ แต่หากมีค่าซีดีโฟร์ต่ำ การฉีดวัคซีนให้ก็ไม่เป็นผลในการป้องกันได้

นพ.ประเสริฐ ยังได้กล่าวถึงความรุนแรงของตัวเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ด้วยว่า จากข้อมูลในสัตว์ทดลองเมื่อเปรียบเทียบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่กับเชื้อไข้ หวัดตามฤดูกาลพบว่า เชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่จะก่อโรคได้รุนแรงกว่าเล็กน้อย แต่หากเปรียบเทียบกับเชื้อไข้หวัดนกถือว่าความรุนแรงน้อยมาก

เปิดรับอาสาสมัคร424คนทดสอบวัคซีนหวัด2009

นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคน กล่าวถึงการเปิดรับอาสาสมัครเพื่อทดลองวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ชนิดพ่นทางจมูกที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรัสเซียว่า ในระยะที่ 1 จะมีการเปิดรับอาสาสมัครที่เป็นผู้ใหญ่จำนวน 24 คน จะเป็นหญิงหรือชายก็ได้ อายุระหว่าง 18-49 ปี เป็นคนแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคเอดส์ และไม่มีภูมิต้านทานต่อโรคนี้มาก่อน คือ เมื่อเปิดรับสมัครจะต้องเจาะเลือดดูก่อนว่ามีภูมิต้านทานต่อโรคนี้หรือไม่ เพราะบางคนอาจจะเคยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 มาก่อน แต่อาจจะไม่มีอาการ ก็ถือว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ ถ้าเป็นหญิงต้องไม่ตั้งครรภ์ เพราะไม่รู้ว่าวัคซีนจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กหรือไม่

นพ.วิชัย กล่าวต่อว่า ในอาสาสมัคร 24 คนจะให้มีการให้วัคซีนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ให้วัคซีนในปริมาณที่ต่ำ และวัคซีนในปริมาณที่สูง เพื่อดูว่าการให้วัคซีนในปริมาณเท่าใดจะได้ผลมากกว่ากัน โดยใน 24 คนนี้จะได้รับวัคซีนชนิดพ่น 2 ครั้ง ๆ ที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 21 วัน ส่วนระยะที่ 2 จะทดลองในอาสมัครจำนวน 400 คน คือ อายุ 12-18 ปี 100 คน อายุ 18-49 ปี 200 คน และอายุ 50-59 ปี 100 คน การทดลองในกลุ่มนี้จะใช้สูตร 3 ต่อ 1 คือ ใน 100 คน 75 คนจะได้รับวัคซีนจริง ส่วนอีก 25 คนจะได้รับวัคซีนหลอก โดยช่วงที่มีการทดลองในอาสาสมัครกลุ่มนี้จะมีการนัดมาตรวจร่างกาย 5-6 ครั้ง สำหรับค่าตอบแทนอาสาสมัครนั้นการนัดมาแต่ละครั้งจะมีค่าตอบแทนให้ประมาณ 500 บาท แต่อาสาสมัครในกลุ่มแรกต้องมาพักค้างคืนประมาณ 1 สัปดาห์ของการทดสอบที่ศูนย์ทดสอบวัคซีน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจะมีค่าตอบแทนให้ประมาณ 5,000บาท

นพ.วิชัย ยอมรับว่า การโจมตีเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนอาจมีผลต่ออาสาสมัครที่จะสมัครเข้ามา ร่วมโครงการ แต่ขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีประสบการณ์สูง และเคยทดลองวัคซีนเอดส์มาแล้ว ดังนั้นคิดว่าเมื่อทำความเข้าใจกับอาสาสมัครแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร โดยการเข้ามาร่วมโครงการจะใช้วิธีสมัครใจไม่บังคับ โดยการทดลองวัคซีนในครั้งนี้จะมีหลัก 3 ข้อ คือ ปลอดภัยหรือไม่ กระตุ้นภูมิคุ้มกันหรือไม่มากน้อยเพียงใด และวัคซีนที่ใช้กระตุ้นนั้นปริมาณสูงหรือต่ำดีกว่ากัน อย่างไรก็ตามกระบวนการทดลองวัคซีนในระยะที่ 1 และ 2 นั้นจะใช้เวลาอย่างละ 2 เดือน แต่ทั้ง 2 ระยะสามารถทำคาบเกี่ยวกันได้

นพ.วิชัย กล่าวว่า ขณะนี้ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการทดลองในคน ระยะที่ 1 ต้องรอผลการทดลองในสัตว์ก่อน หากพบว่ามีความปลอดภัยแล้วก็สามารถเริ่มกระบวนการได้ทันที โดยคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคน จะประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 11 ส.ค. คาดว่าจะนำผลการทดลองในสัตว์เข้าที่ประชุมและเริ่มกระบวนการได้ทันทีโดยการ เปิดรับอาสาสมัครหลังจากนั้น

เริ่มการทดสอบฉีดวัคซีนไข้หวัด2009ให้กับคนเป็นครั้งแรกที่ออสเตรเลีย

บริษัท CSL ผู้ผลิตวัคซีนของออสเตรเลีย ได้เริ่มฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัครวัยผู้ใหญ่ 240 คนที่มีสุขภาพแข็งแรงดีอายุระหว่าง 18-64 ปีในเมืองอะดิเลดของออสเตรเลียในวันนี้ และจะทดสอบกับเด็กอีก 400 คนในวันที่ 4 สิงหาคม อาสาสมัครเหล่านี้จะได้รับการฉีดวัคซีน 2 ครั้งโดยฉีดห่างกันสามสัปดาห์และต้องตรวจเลือดทดสอบเพื่อดูว่าวัคซีนสามารถ กระตุ้นให้เกิดภูมิค้มกันได้หรือไม่

นายแอนดรูว์ คิวธ์เบิร์ตสัน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ CSL กล่าวแสดงความมั่นใจว่า วัคซีนจะสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A H1N1 ที่ระบาดทั่วโลกในขณะนี้ได้ การทดลองรอบแรกจะใช้เวลาเกือบ 7 สัปดาห์จึงจะเสร็จเรียบร้อย แต่คาดว่าจะได้ผลการทดสอบเบื้องต้นเพื่อให้รัฐบาลได้นำไปพิจารณาวางแผน สำหรับการแจกจ่ายวัคซีนในเดือนตุลาคม

นางนิโคลา ร็อกซัน รัฐมนตรีสาธารณสุขออสเตรเลีย บอกว่า ทันทีที่ได้รับการยืนยันว่าวัคซีนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รัฐบาลก็พร้อมจะดำเนินการแจกจ่ายวัคซีนให้กับประชาชน และเธอคาดว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศจะพุ่งสูงขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ ข่าวระบุว่ารัฐบาลออสเตรเลียได้สั่งวัคซีนจาก CSL จำนวน 21 ล้านโดซ เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันประชาชนทั่วประเทศ หลังจากมีผู้ติดเชื้อแล้ว 14,703 คน ซึ่งในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 41 คน

การทดสอบวัคซีนครั้งนี้เป็นที่จับตาทั้งจากองค์การอนามัยโลก และบริษัทคู่แข่งยักษ์ใหญ่เพื่อดูว่าวัคซีนจำเป็นต้องใช้แอนติเจน สารกระตุ้นภูมิคุ้มกันจำนวนเท่าใดจึงจะเพียงพอป้องกันการติดเชื้อได้ ส่วนบริษัทผลิตวัคซีนยักษ์ใหญ่ อย่าง โนวาร์ติส เอจี คาดว่าจะเริ่มทดสอบกับคนในเดือนนี้เช่นกัน ขณะที่บริษัทซาโนฟี อะเวนติน เอสเอ จะเริ่มทดสอบในเดือนสิงหาคม และบริษัทแบกซ์เตอร์ อินเตอร์แนชันแนล จะผลิตวัคซีนได้ภายในเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นจึงจะเริ่มทดสอบในคน ขณะที่องค์การอนามัยโลกแจ้งเมื่อวานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 700 คนแล้ว

Jun 17

การศึกษาทางจิตวิทยา พบว่าเสียงเรียกของโทรศัพท์มือถือ อาจทำให้ผู้ขับขี่รถหรือนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้น เสียสมาธิลง อย่างที่อาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะเสียงเรียกที่เอามาจากท่อนเพลงที่คุ้นหูกัน

โทรศัพท์, มือถือ, เสียงโทรศัพท์, เสียงรบกวน, เสียง

หัวหน้าทีมผู้ทำการศึกษา นางสาวจิล เชลตัน นักศึกษาปริญญาเอกด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยวอชิงตันของสหรัฐฯ กล่าวเปิดเผยผลการค้นพบว่า หากมันดังขึ้นภายในห้องเรียน ที่นักเรียนกำลังศึกษาหา ความรู้กันอยู่ การเสียสมาธิซึ่งดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องรบกวนธรรมดานั้น อาจจะทำให้การเก็บงำความรู้ในภายหลังต้องเสียหายได้

รายงานผลการศึกษา เปิดเผยในวารสารวิชาการจิตวิทยาสิ่งแวดล้อม แจ้งว่า เชลตันได้ทำการศึกษาโดยทำตนเป็นนักศึกษาเข้าไปนั่งเรียน อยู่ในชั้นเรียนวิชาจิตวิทยา ของเหล่าอาสาสมัคร แล้วแกล้งปล่อย ให้โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าถือดังขึ้นอยู่นานครึ่งนาที ปรากฏว่าอาสาสมัคร คนที่ได้ยินเสียงนั้นเพียงแค่สั้นๆ ทำคะแนนในการทดสอบได้น้อยกว่า การทดสอบครั้งก่อนหน้าจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ลงไปถึงร้อยละ 25

นอกจากนั้น เหล่าอาสาสมัครยังทำคะแนนในการทดสอบ ความจำในวิชาช่วงที่ได้ยินได้ฟัง ขณะที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ได้ต่ำกว่าปกติอีกร้อยละ 25 เช่นกันด้วย

ผู้ทำการศึกษากล่าวว่า “พวกเราหลายคนเห็นว่าเสียงของ โทรศัพท์มือถือในที่สาธารณะเป็นแค่การรบกวนสมาธิ การศึกษานี้ ได้ยืนยันว่าเสียงรบกวนเหล่านั้น มีผลก่อให้เกิดความเสียหายในชีวิตจริงได้ด้วย สิ่งซึ่งดูเป็นเพียงเรื่องรบกวนสมาธิที่ดูไม่มีภัยอันใด แต่ความจริงแล้วมีอิทธิพลกับการเรียนรู้อย่างแท้จริง”