นานาไร้สาระกับแพททริค

Jul 5

วงการนางงามเปิดประตูต้อนรับ สาวงาม ประเทศน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดประเทศสู่สายตาชาวโลก เธอคือ น.ส.โชคีย์ โชโม คาร์ซุง มิสภูฏานคนแรก ประจำปี 2008

ใน โอกาสที่โชคีย์เดินทางมาประเทศไทย และวางแผนว่าจะพำนักอยู่ประเทศไทยอย่างไม่มีกำหนด เพื่อทำงานหาประสบการณ์ เราได้นัดคุยกับผู้หญิงที่สวยที่สุดในภูฏาน

โชคีย์นางงาม คนแรก ในประวัติศาสตร์ของภูฏานคนนี้ มีอะไรมากกว่า ความสวย โชคีย์บอกว่า มันบันดาลความสุขได้ก็จริง แต่ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง

โชคีย์ วัย 24 ปี เล่าว่า การประกวดนางงามจัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2008 เพื่อรณรงค์บทบาทสตรีในประเทศ ซึ่ง ในปีนั้นเป็นปีที่ราชอาณาจักรภูฏานเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 100 ปี ของราชวงศ์วังชุก อีกทั้งยังมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็น ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นับเป็นปีประวัติศาสตร์ที่เธอภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในประวัติ ศาสตร์ครั้งนี้

หลังจากได้รับตำแหน่ง โชคีย์ก็มีโอกาสไปประกวดมิสเอิร์ธ ปี 2008 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ แม้จะไม่ได้รางวัลใดๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี

โชคีย์เล่าด้วยภาษาอังกฤษว่า ตำแหน่ง มิสภูฏานได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ จากชีวิตนักเรียนนอกดีกรีปริญญาตรีคณะจิตวิทยา จากประเทศแคนาดา ก็กลายมาเป็นคนที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่สิ่งพิเศษที่สุดที่ได้จากตำแหน่งนี้ มันทำให้มีโอกาสช่วยเหลือสังคมมากขึ้น ขณะนี้เธอดูแลเด็กพิการกำพร้า 2 คน คนแรกเป็นเด็กพิการทางสมอง อายุ 16 ปี ส่วนคนที่ 2 เป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงไป อายุ 12 ปี

“การช่วยเหลือของฉันไม่ได้ ช่วยเหลือเรื่องเงินทองหรือของมีค่า เพราะรัฐบาลมีสวัสดิการดูแลคนพิการอยู่แล้ว แต่ฉันช่วยด้วยการให้ความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจ ซึ่งในอนาคตฉันวางแผนไว้ว่าจะให้พวกเขาศึกษาภาษาต่างประเทศ เช่น เนปาล อินเดีย เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพได้”

เข้าคอนเซ็ปท์นางงามต้อง “รักเด็ก” จริงๆ

“ฉันช่วยเด็ก เพราะความเป็นมนุษย์ที่ต้องช่วยเหลือกัน มันเป็นสัญชาตญาณของคนที่รู้สึกจากข้างใน ต่อให้ไม่ใช่มิสภูฏานก็อยากช่วย”

แม้อะไรๆ จะเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงในตัวสาวสวยคนนี้ คือ ความรักชาติ

“ไม่ ว่าฉันจะเดินทางไปประเทศไหน ทุกคนก็มักจะถามว่า ภูฏานเป็นอย่างไร มันยากที่จะบรรยายออกมาว่า ภูฏานสวยงามแค่ไหน เอาเป็นว่าภูฏานเป็นประเทศที่สะอาด ไม่มีมลพิษ สงบ สันติ และที่สำคัญมีพระมหากษัตริย์ที่รักประชาชนมากๆ”

เธอเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์สุดจิตสุดใจ

โชคีย์บอกว่า เธอชอบฟังพระราชดำรัสของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เพื่อนำมาปฏิบัติตามในการดำเนินชีวิต

“สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ทรงมีพระราชดำรัสว่า การ รักชาติเป็นสิ่งสำคัญ แต่การรักอย่างชาญฉลาดก็เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง หมายความว่า ใครๆ ก็สามารถพูดว่ารักชาติได้ แต่มันอาจไม่ได้ออกมาจากจิตสำนึกว่ารักแบบไหน ซึ่งเป็นคนละความหมายกับการรักชาติที่ผ่านการไตร่ตรองจากสมองก่อน สำหรับฉันการรักชาติต้องอยู่บนความรับผิดชอบ ซึ่งทุกครั้งที่ฉันได้ฟังกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ ฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่พระองค์ทรงถ่ายทอดมาถึงประชาชนว่ามาจากพระทัย ฉันรู้สึกปลอดภัย เหมือนได้รับการคุ้มครอง เป็นสิ่งวิเศษมาก”

ส่วนความผูกพันที่โชคีย์มีต่อประเทศไทยนั้น เธอเล่าว่า รู้จักเมืองไทยตั้งแต่เด็กๆ จาก คำบอกเล่าของพ่อค้าที่เดินทางมาซื้อของที่ประตูน้ำ หรือมาบุญครอง รวมทั้งจากคนที่มาเที่ยวประเทศไทยแล้วกลับไปเล่าให้ฟัง เพราะสมัยก่อนภูฏานยังไม่มีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ เพิ่งมีไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเมื่อเธอเติบโตขึ้น เธอก็เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยบ่อยๆ โดยเมื่อปีที่แล้วได้ศึกษาต่อด้านวิดีโอโปรดักชั่น ที่มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ หัวหิน

“วัฒนธรรมไทยกับภูฏานมีความ คล้ายคลึงกัน มันทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขที่อยู่เมืองไทย เช่น การให้ความเคารพนับถือผู้อาวุโสกว่า การไหว้ หรือแม้แต่การพูด ที่คนไทยจะลงท้ายด้วย ครับ/ค่ะ คนภูฏานก็ลงท้ายด้วยคำว่า ล่ะ (La)”

“ติด ใจ” ประเทศไทยนี่เอง จึงทำให้เธอมีแผนที่จะอยู่เมืองไทยอย่างไม่มีกำหนด เพื่อทำงานหาประสบการณ์ด้านวงการบันเทิงและเรียนต่อทางด้านแฟชั่นดีไซน์

“ทุกวันนี้ฉันพยายามอยู่กับปัจจุบันและทำทุกวันให้ดีที่สุด” เธอเล่าพร้อมกับยกแขนข้างซ้ายที่มีรอยสักบทสวดมนต์ขึ้นมาโชว์ ซึ่งเป็นรอยสักที่โชคีย์สักตามความเชื่อของภูฏานเพื่อคุ้มครองชีวิต แล้วบอกว่า “นี่คือเครื่องรางประจำตัวของฉัน ที่ฉันมักจะยกขึ้นมาดูไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ เป็นบทสวดมนต์ที่มีความหมายว่า ใช้ชีวิตปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่า วันพรุ่งนี้เราจะอยู่หรือตาย

Jun 25

สาวใหญ่ออกโรงโต้ไม่เคยลวงอดีตดารา “รัชฎาพร” อ้างรู้เห็นเซ็นเอกสารให้ซื้อเบนซ์ แฉความสัมพันธ์แนบแน่น ส่วนสวมรอยทำบัตรเครดิตชื่อ “ตุ๊กตา” อุบลวรรณ เรื่องจบนานแล้ว เผยดีเจดังถูกใช้เป็นเครื่องมือ ขู่แฉกลับหมดเปลือก ด้านสองคนดังระบุมีดาราโดนอีกเพียบ

ความคืบหน้าหลังจากเจ้าหน้าที่นำหมายจับจากศาลอาญา ที่ 1724/2522 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2552 เข้าจับกุม น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ อัครวงศ์ตระกูล หรือ เจมส์ อายุ 44 ปี ข้อหาเอาไปซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น ปลอมและใช้เอกสารปลอม ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น และข้อหาลักทรัพย์ หรือรับของโจร โดยมี น.ส.อุบลวรรณ บุญรอด หรือ ตุ๊กตา ดีเจชื่อดัง และอดีตดารานักแสดง เข้าชี้ตัวในฐานะผู้เสียหายนั้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน แหล่งข่าวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ได้นัดพบผู้สื่อข่าวเพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมนำรูปถ่ายระหว่าง น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ กับ น.ส.ชฎาพร รัตนากร หรือ ดา อดีตนางเอกชื่อดัง ซึ่งถ่ายคู่กันด้วยท่าทีสนิทสนมมาแสดงด้วย

แหล่งข่าวเล่าว่า เป็นเพื่อนสนิทกับ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ มานานมาก และอ้างว่าก่อนหน้านี้ น.ส.รัชฎาพรได้คบหากับ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ มาหลายปี สำหรับกรณีรถเบนซ์ที่ น.ส.รัชฎาพรแจ้งความไว้ในท้องที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา โดยกล่าวหาว่า น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ปลอมแปลงเอกสารไปดำเนินการซื้อเองนั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะตนอยู่ในขั้นตอนการซื้อด้วยตลอด

“ก่อนที่ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์จะซื้อรถได้โทรมาบอกกับดิฉัน เพื่อที่จะให้ไปช่วยเซ็นค้ำประกันให้ ดิฉันถามว่ารถจะใช้ชื่อใคร เขาตอบว่าใช้ชื่อน้องดา (น.ส.รัชฎากร) และเขาจะผ่อนให้เอง ซึ่งในวันที่ซื้อรถน้องดาก็ไปเซ็นสัญญาด้วยตัวเอง ดิฉันก็ต้องไปเซ็นค้ำให้ ตรงจุดนี้เขารู้อยู่แก่ใจ” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวยืนยันว่า เรื่องทั้งหมดสามารถตรวจสอบไปที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์รถได้เข้ามาให้ปากคำต่อตำรวจแล้วว่า น.ส.รัชฎาพร เป็นคนลงชื่อรับรู้ในวันซื้อขายจริง ในส่วนของ น.ส.อุบลวรรณ ไม่ได้มีความสนิทสนมด้วย แต่รู้ว่าเขาเคยสนิทกับ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ก่อนหน้า น.ส.รัชฎาพร เรื่องทั้งหมดถือเป็นเรื่องของคนเพียงสองคน แต่เมื่อออกมาแจ้งจับ ออกมาแฉ โดยไม่มีหลักฐาน ตนคงจะต้องตอบโต้อะไรบ้าง

ด้าน น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า รู้สึกเสียใจมากที่ต้องกลายเป็นผู้ต้องหาทั้งที่ตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกสิ่งทุกอย่างมีหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถ หรือใช้บัตรเครดิต ไม่ได้หลอกลวงหรือขโมยใครมา โดยเฉพาะเรื่องบัตรเครดิตของ น.ส.อุบลวรรณ ซึ่งเกิดขึ้นมาหลายปีมากแล้ว เอกสารหลักฐานทั้งหมดกำลังรวบรวมเตรียมแฉกลับ

“ในส่วนของรถนั้น ขอยืนยันว่า น้องดาเป็นคนรู้เห็นทุกอย่าง ตอนซื้อก็ซื้อให้น้องดาขับ ดิฉันเป็นคนผ่อนให้ วันไปซื้อก็ไปด้วยกัน แต่กลับมาแฉว่าดิฉันเป็นคนแอบอ้างเอาเอกสารไปซื้อ เรื่องทั้งหมดดิฉันมั่นใจว่าต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง ซึ่งอีกไม่นานทุกอย่างจะปรากฏ น้องกล้าที่จะเอาชื่อเสียงเข้ามาเสี่ยง ดังนั้นต้องยอมรับถึงความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด” น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์กล่าว

น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์กล่าวถึงความสัมพันธ์กับ น.ส.อุบลวรรณ ว่า จบไปนานหลายปีแล้ว ทุกอย่างจบหมดแล้ว และมั่นใจว่า น.ส.อุบลวรรณจะถูกใช้เป็นเครื่องมือมากกว่า

“ใจความสำคัญของเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด มันอยู่ที่น้องดา แต่คงพูดอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ เพราะเกรงจะเสียรูปคดี รอให้รวบรวมเอกสารทั้งหมดให้ได้ก่อน ถึงวันนั้นทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น” น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์กล่าว

ในช่วงเย็นวันเดียว น.ส.รัชฎาพร และ น.ส.อุบลวรรณ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดย น.ส.อุบลวรรณกล่าวยืนยันว่า เป็นหนี้ที่เธอไม่ได้ก่อขึ้นจากบัตรเครดิตจำนวน 1.3 ล้านบาท และหนี้รถเบนซ์ 1 คัน ซึ่งถูก น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ นำเอกสารไปอ้างซื้อในชื่อของเธอที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อ 7 ปีก่อน และมาทราบเรื่องเมื่อถูกบริษัทไฟแนนซ์ตามทวงรถคืน

“เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความไว้ใจเขา ที่เข้ามาทำนองเป็นเพื่อน หิ้วของมาฝากจากเชียงใหม่ อ้างว่าร่ำรวย อีกทั้งเคยเห็นเขาออกรายการโทรทัศน์ และนิตยสาร ในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนักธุรกิจภายใน 1 ปี รวยเป็นร้อยล้าน ก็คบกันเป็นเพื่อน แต่ไม่ใช่ผู้จัดการส่วนตัว และสนิทจนเกิดความไว้ใจ ถึงขั้นเซ็นสำเนาเอกสารให้เขาไปรับเช็คแทน เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไร เพราะเช็คก็เป็นชื่อเรา แต่เขากลับแอบนำเอกสารที่เรามอบให้ไปทำสำเนาเพื่อไปทำธุรกรรมทางการเงินอีก หลายรูปแบบ บางครั้งก็ขอยืมเงินโดยอ้างว่า เดือดร้อนหาเงินไม่ทัน นอนเอามือก่ายหน้าผาก บอกว่าไปยืมเงินนอกระบบต้องใช้คืนเขา และบางครั้งก็อ้างว่าจำเป็นต้องพาแม่ไปหาหมอ เราก็ใจอ่อนให้เงินไป เขาหลบหน้ามาตลอด 7-8 ปี ตามหาไม่เจอ เปลี่ยนชื่อมาประมาณ 6-7 ชื่อ ให้ทนายตามมาตลอด” น.ส.อุบลวรรณกล่าว

ดีเจสาวชื่อดังกล่าวอีกว่า น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ทำให้เธอเลิกกับแฟนหนุ่มที่ จ.เชียงใหม่ เพราะไปป่วนที่ทำงานแฟนหนุ่ม แต่ยืนยันว่าเธอกับ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีดารานักแสดงโดนหลอกในลักษณะเดียวกับเธอหลายคน

ส่วน น.ส.รัชฎาพร กล่าวว่า รู้จักกับ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ มากว่า 10 ปี แต่ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าคำว่าเพื่อน ที่ผ่านมาโดนหลอกสูญเงินสดไปกว่า 1.3 ล้านบาท รถยนต์ 3 คัน จำนวนนี้มีเบนซ์ 1 คัน ซึ่งทราบมาว่าโดนไฟแนนซ์ยึดคืนไปแล้ว
“เรื่อง ของหนูคล้ายกับตุ๊กตา เขาเข้ามาตีสนิท บอกว่าชีวิตเรามีอะไรคล้ายกันหลายอย่าง ก็คบหาด้วย ต่อมาเขาอ้างว่าเดือดร้อนเรื่องเงิน เพราะไปยืมเงินนอกระบบจากเฮียโบ้ หลังการบินไทย ไม่มีจ่ายให้ขอให้หนูช่วยชีวิตเขาด้วย หนูก็ให้ไป และไม่คิดว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้ คิดว่าถ้าได้คุยกับตุ๊กตาก่อนเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น” น.ส.รัชฎาพรกล่าว

ส่วนความคืบหน้าทางคดี พ.ต.ท.พรชัย ขจรกลิ่น รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย กล่าวว่า หลังจากที่ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ถูกควบคุมตัวมาส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย แล้วนั้นขณะนี้อยู่ในขบวนการของศาลในการตัดสิน ซึ่งศาลรับฟ้องก็เข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของ ศาล เพราะคดีมีมูลความผิด เบื้องต้น พ.ต.อ.บุญเพ็ญ มั่งคั่ง ผกก.สน.โชคชัย ได้อนุมัติการประกันตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวในวงเงิน 1 แสนบาท ซึ่ง น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ผู้ต้องหารายนี้ยังถูก น.ส.ชฎาพร แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาปลอมแปลง และใช้เอกสารปลอม ที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา อีกเช่นกัน

ด้าน พ.ต.ท.บุญมี จันทร์จวง พนักงานสอบสวน สน.สมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า น.ส.ชฎาพรเข้ามาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อเอาผิด น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอมเมื่อ 2 เดือนก่อน ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ

ขณะที่แหล่งข่าวจากตำรวจ สน.สมเด็จเจ้าพระยา เปิดเผยว่า หลักฐานขณะนี้เหลือเพียงตัวอย่างลายเซ็นของ น.ส.ชฎาพร ผู้เสียหาย เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ เนื่องจาก น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ผู้ถูกกล่าวหาบอกว่าได้นำเอกสารไปให้ น.ส.ชฎาพร เซ็นจริง แต่ น.ส.ชฎาพร ให้การว่า ไม่ใช่ลายเซ็นของตัวเองจึงต้องตรวจพิสูจน์ว่าเป็นลายเซ็นปลอมหรือไม่ ก็ต้องมีการพิสูจน์อีกครั้ง หากเป็นลายเซ็นจริงก็จะไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ในส่วนของไฟแนนซ์ที่เกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวนก็จะสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร

Jun 18

GIRLY BERRY

ไม่ทำให้หนุ่มๆต้องช้ำใจจริงๆ สำหรับ 4 สาว Girly Berry (เกิร์ลลี่ เบอร์รี่) ซึ่งประกอบไปด้วย กิ๊ฟซ่า – ปิยา พงศ์กุลภา, กิ๊บซี่ – วนิดา เติมธนาภรณ์, แนนนี่ – ภัทรนันท์ ดีรัศมี, เบลล์ – มนัญญา ลิ่มเสถียร เพราะทุกครั้งของการกลับมา ต้องทำให้หนุ่มๆกระชุ่มกระชวยหัวใจทุกครั้งไป และครั้งนี้ พวกเธอกลับมาอีกครั้งพร้อมกับซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด สวย เริ่ด เชิด ยอม ที่มาพร้อมกับเสื้อผ้าที่เชื่อได้ว่า ต้องถูกใจหนุ่มๆแน่ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ทีมข่าวบันเทิง เลยแอบมาเก็บภาพเบื้องหลังการถ่ายปกพร้อมพูดคุยกับทั้ง 4 สาวให้ทุกคนได้รู้กัน



……สวัสดีค่ะ พวกเรา Girly Berry (เกิร์ลลี่ เบอร์รี่) วันนี้พวกเรามาถ่ายปกให้กับซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด สวย เริ่ด เชิด ยอม เป็นเพลงใหม่ล่าสุดของพวกเรา เพลงนี้จะเป็นป๊อป จังหวะสนุกๆ ที่มาพร้อมกับท่าเต้นที่เซ็กซี่นิดๆ เป็นเพลงที่มาจากตัวตนของพวกเราทั้ง 4 คนเลยนะ คนส่วนมากจะมองว่าเราเป็นผู้หญิงมั่นๆ ผู้ชายไม่ค่อยกล้าเข้ามาจีบ แต่เอาเข้าจริงๆเราก็มีความรู้สึกอยากมีความรักเหมือนกัน ถ้าเจอคนที่ใช่ ก็ยอมอ่อนให้เหมือนกันนะ ส่วนในเรื่องของเสื้อผ้า พวกเราเรียกว่า Flora Spring (ฟลอร่า สปริงค์) จะออกแนว เปรี้ยวอมหวาน

ที่ผ่านๆมา คนจะเห็นเราในลุคส์ที่ดูค่อนข้างเซ็กซี่ แต่งานนี้ เราอยากให้ลุคส์ของเราดูสดใส หวานๆ แรกแย้มค่ะ พวกเราเลือกรูปแบบเสื้อผ้ากันเองเลยนะ อยากให้ออกมาโดนใจเรา และถูกใจคนดู ก่อนทำงานเราคุยกับทีมงานถึงความต้องการในอัลบั้มชุดนี้เลย เราไม่อยากให้มันดูเซ็กซี่เกินไป แต่อยากให้ดูน่ารัก แบ๊วๆ ตามกระแส ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ คิดว่าทุกคนที่ได้เห็นต้องชอบทั้งเรื่องเพลง และเรื่องเสื้อผ้าแน่ๆค่ะ อย่างไรก็แล้วแต่ พวกเราขอฝากซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดของพวกเรา สวย เริ่ด เชิด ยอม ด้วยนะคะ

Jun 9

เป็นนักแสดงตลกสาวแห่งยุคคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ สำหรับสาว ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน หรือ สุดารัตน์ บุตรพรม หนึ่งในศิษย์เอกของ หม่ำโมเดลลิ่ง ที่เปิดตัวจากบทบาทสาวน้อยตกน้ำเพียงแค่ซีนเดียวในแหยมยโสธรจนติดตาคนไปทั่ว เมือง จนถึงวันนี้กลายเป็นนักแสดงตลกหญิงที่พูดได้เลยว่าไม่มีใครไม่รู้จัก

สุดารัตน์ บุตรพรม
สุดารัตน์ บุตรพรม (ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน )

เพราะ ไม่เพียงแค่ความสามารถทางการแสดงที่เหนือชั้นจนน่าทึ่งเท่านั้น แค่หน้าตาก็ทำให้คนดูฮากันได้ตั้งแต่ยังไม่ทันอ้าปากเปล่งมุกเลยด้วยซ้ำ จึงถูกผู้กำกับอารมณ์ดี อย่างหม่ำ จ๊กม๊ก จับมาสวมบทบาทของ หญิงนุช ไฮโซสาวนักเรียนนอก ที่ ผู้กำกับอารมณ์ดีถึงกับบอกว่านี่คือบทบาทการแสดงที่ฮาที่สุดดีที่สุดตั้งแต่ เล่นมา ซึ่งจัดไว้ให้กับตุ๊กกี้โดยเฉพาะ โดยทุกคนเห็นแล้วต้องรู้สึกหมั่นไส้ปนน่ารักในคาแร็กเตอร์ของหญิงนุชที่สุด แสนจะแสบสันต์ โดยสาวตุ๊กกี้เล่าถึงคาแร็กเตอร์ของตัวเองภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของตัวเอง วงษ์คำเหลาให้ฟังว่า

ภาพยนตร์เรื่องวงษ์คำเหลารับบทเป็นหญิง นุชค่ะ พึ่งเรียนจบจากเมืองนอกแต่งตัวหรูหราไฮโซ รูปลักษณ์ภายนอกแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศยิ่งกว่าลิเกอีก คาแร็กเตอร์ก็จะเวอร์ๆทั้งกริยาและคำพูด จะเป็นคนพูดสำเนียงไม่ชัดเวลาพูดจะออกเสียงเป็นตัวอาร์เพราะเพิ่งจบจากเมือง นอกมา จะเป็นประมาณตัวอิจฉา คือไม่ถูกกับนางเอก จะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้พระเอกมาหลงรักเรา ถึงแม้เขาจะเล่นด้วยไม่เล่นด้วยก็ตาม ก็ค่อนข้างเป็นคาแร็กเตอร์ที่ฮา เป็นบทที่ต้องใช้ความกล้าในการเล่นเป็นหญิงนุชมากทีเดียวเพราะสีสันความ เปรี้ยวนี้เยอะมาก คือรับเล่นแล้วต้องไม่กลัวทางบ้านไม่พอใจด้วยนะ

สุดารัตน์ บุตรพรมสุดารัตน์ บุตรพรม

เพราะตัวละครจะดูเป็นคนที่น่าหมั่นไส้ออกนางมารร้ายแบบบ้านๆ แต่เป็น ตัวอิจฉาที่ฮาและตลกมาก พี่หม่ำเขาให้ตุ๊กกี้เล่นเป็นหญิงนุชเพราะเขารู้ว่าตุ๊กกี้เล่นออกมาร้ายแค่ ไหนคนก็ไม่เกียด แต่จะออกตลกมากกว่า แล้วอยากบอกกับทุกคนว่าตั้งแต่ตุ๊กกี้โผล่ออกมาจากซีนเมื่อไรทุกคนกรุณาอย่า กะพริบตา หรือแม้แต่กลั้นลมหายใจ เพราะเรื่องนี้ตุ๊กกี้เล่นเต็มที่ ทุกฉากทุกตอนที่ตุ๊กกี้ออกมามันมีฮาทุกตอน เพราะพี่หม่ำเปิดช่องทางให้ตุ๊กกี้ได้เล่นเป็นหญิงนุชอย่างเต็มที่ ซึ่งรับรองว่าทุกคนต้องฮาอย่างเต็มที่ตลอดหนังฉายแน่นอนค่ะ

คอ หนังก็สามารถเข้าไปฮากับบทบาททางการแสดงครั้งใหม่ที่รับรองว่าไม่เคยมีใคร เคยเห็นมาก่อนของสาว ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน แน่ๆในบทของหญิงนุช ไฮโซสาวแสนเปรี้ยว ที่เจ้าตัวได้โชว์ความสามารถทางการแสดงไว้อย่างเต็มที่ ในภาพยนตร์เรื่อง วงษ์คำเหลา 1 กรกฎาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

Jun 7

แพนเค้ก - เวียร์
แพนเค้ก – เวียร์

แพนเค้ก เมินหมอ กฤษฏ์ ทักเลิก เวียร์ เชื่อไร้ฉาวมีเตือนอุบัติเหตุขอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

เจอ หมอกฤษฏ์ ทำนายทายทัก เล่นเอาดารา นักแสดง หลายคนสะดุ้งโหยงแต่ไม่ใช่สาว แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ แน่นอน เพราะขนาดถูกทักว่าจะเลิกลากับหวานใจ เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ยังชิวๆ ยืนตอบคำถามไปยิ้มไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ก็ดูไปเรื่อยๆ ดีกว่าค่ะ ไม่ขอพูดอะไรมากค่ะ”

และเห็นว่าเวียร์จะมีข่าวฉาวและประสบอุบัติเหตุหนัก
“ก็ รอดูดีกว่าค่ะ คือถ้ารู้แบบนี้ก็ขอบคุณเราจะได้ช่วยดูแลกัน และแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีขึ้น แต่แพนเชื่อว่าทุกอย่างมันก็จะเกิดในช่วงเวลาของมันเราไม่สามารถไปกำหนดอะไร ได้เราก็ทำให้ดีที่สุดก็พอแล้วค่ะ”

เชื่อเรื่องนี้ไหม
“จริงๆ ก็เชื่อค่ะ ก็ 50-50 เพราะอีกอย่างเราทำงานแบบนี้ทุกอย่างต้องหนักแน่นในตัวเองให้มากที่สุดค่ะ”

ทำนายค่อนข้างแรงตกใจไหม
“จริงๆ ทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นได้อยู่แล้วมันอยู่ที่ช่วงเวลาของแต่ละคนมากกว่า ซึ่งถ้าแพนรู้แบบนี้ก็จะให้เราระมัดระวังตัวมากขึ้นค่ะ”

หวั่นๆ บ้างไหม
“ซึ่งถ้ามันไม่ดี เราก็หวั่นๆ ไว้ก็ดีค่ะ แต่ยังไงเราก็ต้องเดินหน้าต่อไปอยู่ดี”

รู้อย่างนี้แล้วจะชวนเค้าไปแก้เคล็ดหรือเปล่า
“คือถ้ามันต้องเจอถ้าเกิดเราแก้ไปมันก็ต้องเจออยู่ดี เอาเป็นว่ามันอาจเบาลง ก็อยากให้มันผ่านไปด้วยดีก็โอเคแล้วค่ะ”

หลังๆ เห็นควงกันออกงานบ่อยเป็นการกลบข่าวการทำนายหรือเปล่า
“ส่วนใหญ่ภาพที่เห็นส่วนใหญ่เราไปในฐานะเรื่องงานมากกว่าค่ะ แต่ว่าโดยปกติก็คุยกันไปเที่ยวกันปกติค่ะ”

กลัวเรื่องเลิกกันหรือเรื่องอุบัติเหตุมากกว่ากัน
“(หัวเราะ) อุบัติเหตุดีกว่าน่ะ ก็เตือนอยู่แล้วเกือบจะทุกครั้งค่ะก็พยายามบอกเค้าให้ขับดีๆ ระวังๆ หน่อยค่ะ ก็ขอให้ผ่านไปด้วยดีแล้วกัน”

เห็นว่าล่าสุดเวียร์เพิ่งขับรถชน
“ก็อาจมีค่ะ คงนิดๆ หน่อยๆ ค่ะไม่ทราบรายละเอียดมากขนาดนั้นว่าเป็นอะไรยังไง แต่คงไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ล่าสุดก็เห็นเป็นปกติดีน่ะค่ะ”

ฝากอะไรบอกเวียร์ไหม
“ก็อยากให้ดูแลตัวเองค่ะ เพราะตอนนี้เค้าก็ทำงานค่อนข้างหนักด้วยอยากให้ระวังเรื่องการพักผ่อนให้เพียงพอมากๆ ค่ะ”