นานาไร้สาระกับแพททริค

Oct 14

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

หลังจาก “มูนา ซาราวาณี” ม่ายสาวชาวไทย ที่ไปแต่งงานกับเศรษฐีชาวดูไบ ซึ่งรวยติดอันดับ 1 ใน 5 ของดูไบ ไปออกรายการ ตีสิบ ทางช่อง 3 บอกเล่าเรื่องราวที่ไปใช้ชีวิต ณ ดูไบ รัฐหนึ่งในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates) ทำเอาสาวๆ นั่งฝันหวานถึงชีวิตที่น่าอิจฉาของเธอ พร้อมๆ กับอยากรู้จัก “ดูไบ” ให้มากกว่าขึ้นแน่ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงจะพาไปท่องเที่ยวและสัมผัสชีวิตของชาว “ดูไบ” กัน…ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมตัวไปเที่ยวดูไบกันเถอะ

ดูไบ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้ง อยู่ทางภาคเหนือของประเทศมีพื้นที่ประมาณ 3,225 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 1,674,527 คน ดูไบถือเป็นเมืองแห่งความมหัศจรรย์ เพราะที่ถูกผันแปรจากดินแดนทะเลทรายมาสู่ความมั่งคั่งในการค้า บริการ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และศูนย์กลางธุรกิจ ไม่จำกัดเฉพาะการค้าน้ำมันแบบก่อนๆ

ขณะที่ตึกสูงระฟ้าผุดขึ้นทั่วเมือง รวมถึงตึกสูงสุดในโลกกว่า 180 ชั้นที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ว่ากันว่าเครนที่ใช้งานก่อสร้างในโลกขณะนี้ กว่า 40% อยู่ในดูไบ (โอ้โห) และรายได้หลักของชาวดูไบมาจากหลายทาง ไม่เฉพาะการขายน้ำมันถือที่ถือว่าเป็นรายได้หลักของประเทศ เพราะมีการผลิตน้ำมันสู่ตลาดโลกวันละ 2-2.5 ล้านบาร์เรล หากคิดรายได้เป็นเงินไทยตกวันละร่วมหมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่มีไม่มาก และส่วนใหญ่ประชากรเป็นชาวต่างชาติที่เข้าไปอาศัย กว่า 75% ที่นี่จึงนับเป็นเมืองน่าสนใจที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตของจีดีพีสูงที่สุดในโลก

และไม่ต้องกลัวว่าไปเที่ยวดูไบเมืองทะเลทรายแล้วจะขาดน้ำ เพราะทุกวันนี้ดูไบซึ่งไม่มีแหล่งน้ำจืด ได้สร้างโรงกลั่นน้ำทะเลของตัวเอง จนสามารถกลั่นออกมาเป็นน้ำจืด มากกว่าความต้องการจริงถึงวันละ 3 เท่า…ไม่มีฝันอะไรอีกแล้ว ที่ดูไบทำไม่ได้ (จริงไหม)

ข้อมูลรัฐ…”ดูไบ”

ที่ตั้ง : ตะวันออกกลาง (Middle East) มีอาณาเขตติดต่อกับอ่าวโอมาน (The Gulf of Oman) และอ่าวเปอร์เซีย (The Persian Gulf) ระหว่างประเทศโอมานกับซาอุดิอาระเบีย

ภูมิประเทศ: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 7 รัฐ ประกอบด้วย Abu Dhabi ซึ่งมีสถานะเป็นเมืองหลวง นอกจากนั้นก็มีเมือง Dubai , Sharjah, Ajman, Umm Al Quwain, Ras Al Khaimah และ Fujairah โดยมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 83,600ตารางกิโลเมตร โดยเป็นพื้นที่ของดูไบประมาณ 3,225 ตารางกิโลเมตร มีอ่าวหรือเกาะเล็กตัดผ่านเมือง ทำให้แบ่งเมืองดูไบออกได้เป็น 2 ส่วน คือ เมือง Deira ทางตอนเหนือ และเมือง Bur Dubai ทางตอนใต้

เชื้อชาติ : ชาวเอมิเรตส์ 19%, ชาติอาหรับและอิหร่าน 23%, เอเชียใต้ 50%, ชาวตะวันตกและชาวเอเชียตะวันออก 8%

ศาสนา : เป็นมุสลิม 96% (ลัทธิชีอะห์ 16%) โดยมีชนกลุ่มน้อยที่นับถือศานาคริสต์ ฮินดูและอื่นๆ อีก 4%

ภาษา : มีภาษาอาระบิกเป็นภาษาทางการ โดยมีภาษาที่สองคือ ภาษาเปอร์เซีย อังกฤษ ฮินดู และ ภาษอิรดู

ประชากร : 419, 104 คน

พื้นที่ : 35 ตารางกิโลเมตร

เขตเวลา : GMT/UTC + 4 hours

ภูมิอากาศ : มีลักษณะกึ่งเขตร้อน และแห้งแล้ง โดยมีอุณหภูมิระหว่างต่ำสุดคือเกือบ 10 องศาเซลเซียส ไปจนถึงอุณหภูมิที่ระดับ 48 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส แต่ในเดือนกรกฎาคมอุณหภูมิเฉี่ยอยู่ที่ 41 องศาเซลเซียส

อาหาร : อาหารของชาติอาระบิก จะมีรสชาติคล้ายคลึงกับอาหารเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีข้าวหมกเป็นอาหารยอดฮิต มีรสชาติจัดจ้าน สำหรับของว่างก็จะมีพวกซาโมซา หรือ ผักย่างรวมไปถึงกาปับ (เนื้อสัตว์ย่าง) และที่พลาดไม่ได้สำหรับของหวานคือ Um Ali หรือพุดดิ้งนมนั่นเอง

ประวัติเมืองดูไบ

ในปี 1833 ชนเผ่า Bani Yas tribe ประมาณ 800 คน นำโดยตระกูล Maktoum ซึ่งยังปกครองประเทศอยู่ในปัจจุบัน ได้อพยพมาตั้งหลักแหล่งบริเวณปากอ่าว ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นท่าเรือ ที่อุดมสมบูรณ์จึง ทำให้ดูไบกลายเป็นศูนย์กลางของการค้าทางทะเล รวมทั้งการทำประมงและการทำฟาร์มไข่มุก หลังจากนั้นในปีศตวรรษที่ 20 ประเทศดูไบก็กลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าและการ ส่งออกที่สำคัญ โดยมีซุก (ชื่อเรียกของตลาดบริเวณตะวันออกกลาง) ขนาดใหญ่ที่สุดตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า Diera

ปี 1966 ดูไบกลายมาเป็นรัฐมหาอำนาจรัฐหนึ่งในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังจากที่มีการค้นพบน้ำมันดิบ ทำให้เมืองโบราณอายุสองพันปี กลายเป็นเมืองทันสมัยในพริบตา ด้วยโครงการ The Palm ที่เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งทะเล ให้กลายเป็นแหล่งความเจริญทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม และรีสอร์ท ต่างๆ ด้วยงบลงทุนประมาณสามพันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

การค้าขายในดูไบประสบความสำเร็จมาก สามารถดึงดูดให้พ่อค้าชาวอิหร่าน และอินเดียมาตั้งถิ่นฐานเพื่อทำการค้าขายในประเทศได้ แต่ขณะที่การค้าขายเจริญมากขึ้น ฐานะทางการปกครองของดูไบก็ยังคงเป็นแค่รัฐในอารักขาของอาณานิคมอังกฤษ ซึ่งอยู่ในส่วนหนึ่งบนพื้นที่ทางตอนเหนือของชายฝั่งของคาบสมุทรอาระเบีย ดังนั้น ภายหลังจากที่อังกฤษได้ถอนตัวออกจากการปกครอง ในปี 1971 ดูไบพร้อมด้วยอีกหลายรัฐ ได้ร่วมกันก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์

และถัดจากนั้นในช่วงยุค 1980-1990 ดูไบได้ลงทุนสร้างสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งนี้ เพื่อรณรงค์ให้ดูไบเป็นประเทศ ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยในปี 2000 จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าในดูไบมีจำนวน 3 แสนคน มากกว่าจำนวนประชากรของดูไบที่มีทั้งหมดประมาณ 850,000 คน


สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

ดูไบเป็นเมืองที่เรียกได้ว่าล้ำสมัยไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ และสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดและปลอดภัย แต่ที่ดูไบเป็นหนึ่งในลิสต์ของนักท่องเที่ยวหลายคน (โดยเฉพาะนักช้อป) ก็เพราะว่าที่นี่มีการขายสินค้าปลอดภาษี นอกจากนี้ ดูไบยังมีตลาดหรือที่เรียกว่า ซุก (Souk) โดยจะขายสินค้ามากมายหลายอย่าง ซุกที่ขึ้นชื่อก็ย่าน Deira Covered Souk ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ของดูไบ

นอกจากนี้ หากมาดูไบและไม่ได้พูดถึงหรือไม่ได้มาเดินแถว Gold Souk ก็ถือว่าไม่ได้มาถึงดูไบ เพราะที่นี้ถือเป็นตลาดทองรูปพรรณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง แต่ขอเตือนว่าหากมาเดินย่านนี้คงต้องสวมแว่นกันแดดติดตามาด้วย เพื่อความปลอดภัยของสายตาท่าน (ก็แสงแดดที่ส่องสะท้อนมายังทองดูไบดูแล้วเจิดจ้าบาดตาจริงๆ) อะๆ ดูไบไม่ได้มีสถานที่เที่ยวเท่านี้นะ แต่จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันดี…

หมู่เกาะต้นปาล์ม

หมู่เกาะต้นปาล์ม เป็นโครงการก่อสร้างเกาะจำลองบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ในดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยแต่ละเกาะจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนต้นปาล์ม และล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลม โดยพื้นที่จะมีการจัดเป็นที่อยู่อาศัย และรีสอร์ท การพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ ในโครงการจะมีการสร้างทั้งหมด 3 เกาะได้แก่ ปาล์ม Jumeirah, ปาล์ม Deira และ ปาล์ม Jebel Ali

อาคารเบิร์จดูไบ

เบิร์จดูไบ (ภาษาอาหรับ: برج دبي , Burj Dubai – หอคอยดูไบ) เป็นตึกระฟ้าสูงยวดยิ่ง ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างในย่านกลางเมืองดูไบ และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะถูกจัดเป็นอาคารระฟ้าที่สูงที่สุดในโลก กำหนดให้เข้าใช้งานได้ในต้นปี พ.ศ. 2552 ณ โดยจะสร้างให้มีความสูงประมาณ 818 เมตร ในดูไบยังมีโครงการก่อสร้างตึกในชื่อว่า อัลเบิร์จ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบและวางแผน โดยความสูงยังคงถูกเก็บเป็นความลับเช่นกัน โดยประมาณการว่าอาจจะสูงอย่างน้อย 800 เมตร

การตกแต่งภายในจะบ่างออกเป็นโรงแรมอาร์มานี 37 ชั้นล่าง โดยชั้น 45 ถึง 108 จะเป็น อพาร์ตเมนต์ โดยที่เหลือจะเป็นออฟฟิศสำนักงาน และชั้นที่ 123 และ 124 จะเป็นจุดชมวิวของตึก ส่วนบนของตึกจะเป็นเสาอากาศสื่อสาร นอกจากนี้ชั้น 78 จะมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ และตึกนี้จะติดตั้งลิฟต์ที่เร็วที่สุดในโลก ที่ความเร็ว 18 ม/วินาที (65 กิโลเมตร/ชั่วโมง, 40 ไมล์/ชั่วโมง)

เบิร์จอัลอาหรับ

เบิร์จอัลอาหรับ (ภาษาอาหรับ: برج العرب , Burj al-Arab) เป็นโรงแรมหรูหราและเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในโลก โดยมีความสูง 321 เมตร (1,053 ฟุต) โดยตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวเปอร์เซีย โดยเชื่อมต่อกับฝั่งผ่านทางสะพาน เบิร์จอัลอาหรับเป็นเจ้าของโดย จูเมราฮ์ การก่อสร้างเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2537 แล้วเสร็จและเริ่มเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2542 โดยตัวตึกออกแบบมีลักษณะคล้ายเรือใบ dhow ซึ่งเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่งของชาวอาหรับ

ส่วนห้องในโรงแรมเบิร์จอัลอาหรับมีลักษณะเป็นห้องสวีตคู่ 202 ห้อง โดยห้องที่เล็กสุดมีขนาด 169 ตารางเมตร (1,819 ตารางฟุต) และห้องใหญ่สุดมีขนาด 780 ตารางเมตร (8,396 ตารางฟุต) และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมที่แพงที่สุดในโลก โดยราคาค่าที่พักอยู่เริ่มต้นที่ $1,000 -$15,000 ต่อคืน และห้องที่แพงสุดจะอยู่ที่ราคา $28,000 ต่อคืน

ถนน Al Fahidi

ถนน Al Fahidi ตั้งอยู่ใจกลางซุก Bur Dubai เป็นศูนย์กลางร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ โฮมเธียร์เตอร์ รวมไปถึงอุปกรณ์ถ่ายรูป ซึ่งเสนอขายในราคาย่อมเยาว์

Al Nasr Leisureand

ตั้งอยู่บริเวณ Bur Dubai ห่างจากถนน Zabeel เป็นสวนสาธารณะที่ทันสมัยแห่งหนึ่ง ผุ้ชื่อชอบการเล่นกีฬาจะต้องถูกใจเป็นพิเศษ เพราะสวน Zabeel นี้ มีทั้งลู่สำหรับโยนโบล์ลิ่ง พื้นน้ำแข็งราบสำหรับเล่นสเก๊ต และสระว่ายน้ำ รวมไปถึงสวนสนุกสำหรับเด็ก เปิดทุกวัน เวลา 09.00-22.00 น.

Bait Al Wakeel

สร้างขึ้นในปี 1934 โดยท่านชีคราชิด ซึ่งเป็นผู้ครองรัฐองค์ที่แล้ว ถือว่าเป็นตึกทางการแห่งแรกของดูไบโดยในปัจจุบันได้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์จัด แสดงความเป็นมา และวิถีชีวิตของชาวประมง

Bani Yas Square

สิ่งที่เห็นได้ชัดในบริเวณ Bani Yas Square คือ หอ Deira ที่มีลักษณะยอดบนเป็นวงกลม บริเวณจัตุรัสจะมีสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งหุ่ม และ สินค้าบริโภคทั้งหลายให้คุณต่อรองราคากันได้

พิพิธภัณฑ์ดูไบ

ด้านในของพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นด้านบนและด้านล่าง ด้านบนจะเป็นแบบจำลองกำแพงหินและกระท่อมแบบชาวพื้นเมืองเก่าๆ สำหรับด้านล่างหรือชั้นใต้ดินจะกว้างใหญ่และลึกลับซับซ้อนมาก มีทั้งภาพวาดสีน้ำของดูไบในอดีต การจัดหุ่นนิ่งแสดงวิถีชีวิตของคนพื้นเมือง มีการจำลองบรรยากาศใต้ทะเลโดยใช้แสงสีจำลอง ทำให้เห็นภาพของชาวดูไบในอดีต นอกจากนี้ ยังมีห้องแสดงความก้าวหน้าทางวิทยาการโบราณแบ่งซอยออกไปอีก โดยจัดแสดงพัฒนาการของตัวเลขและตัวอักษรอาระบิก รวมไปถึงการเรียนรู้วิชาดาราศาสตร์และเรื่องราวของทะเลทราย

Bastakiya

ย่าน Bastakiya เป็นย่านที่เรียกได้ว่าเป็นย่านเมืองเก่าถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม และ แกลอรี่ศิลปะ ของที่นี่เลยทีเดียว บริเวณดังกล่าวนี้เป็นเพียงทางแคบๆ โดยมีหอกังหันลมตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง ทำให้นึกย้อนไปในอดีตที่บริเวณ Bastakiya นี้มักจะเต็มไปด้วยหอกังหันลม ตั้งเรียงรายอยู่บริเวณที่เรียกว่า The Creek ซึ่งหอกังหันลมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยประดับประดาตกแต่งย่าน Bastakiya ให้สวยงามน่าชมแล้ว ยังช่วยให้บรรเทาความร้อนให้กับบ้านเรือนที่ตั้งอยู่แถวนั้น ก่อนที่จะมีไฟฟ้าใช้อีกด้วย

สวนสัตว์ดูไบ

ถึงแม้ว่าสวนสัตว์ของดูไบ ที่ตั้งอยู่บนถนน Jumeirah Beach จะเล็กไปบ้าง แต่เชื่อได้ว่าคุณต้องรู้สึกทึ่ง กับบรรดา สัตว์หลากหลายชนิดอาศัยที่อยู่ในนี้ เพราะนอกจาก คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับนกนานาประเภทแล้ว

คุณยังต้องรู้สึกตื่นเต้นไปกับสัตว์น้อยใหญ่ รวมไปถึงสัตว์ที่มาจากต่างประเทศด้วย

Shiekh Zayed Road

เทียบได้กับย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองแมนฮัตตัน เป็นเขตการค้าของเมือง ล้อมรอบไปด้วยตึกสูงระฟ้า เป็นสถานที่ตั้งของตึก World Trade Centre และ โรงแรม Emirates Tower

The Creek

เป็นจุดชมทิวทัศน์ มีลักษณะเป็นท่าเรือที่ตัดผ่านใจกลางเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมประวัติศาสตร์และเป็นย่านชุมชนใน ดูไบ The Creek เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมวิวทิศทัศน์ ยิ่งผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและประเพณีของผู้คนชาติต่างๆ จะต้องรู้สึกชื่นชมและประทับใจกับภาพทั้งสองฟากฝั่ง โดยเฉพาะภาพที่นกนางนวลหลายร้อยตัวบินโฉบฉวัดเฉวียนผ่านเรือสัญจร หรือที่เรียกว่า เรือเดา (dhow) มีลักษณะเป็นเรือใบเสาเดียวทีชาวอาหรับใช้เป็นพาหนะที่แล่นผ่านไปมา มีพระอาทิตย์ดวงกลมโตที่ค่อยๆ ลดแสงลง เป็นฉากหลัง

คุณสามารถล่องเรื่อข้ามฟากชื่นชมสองฝั่งของดูไบได้ ตรงท่าขึ้นเรือตรงข้ามกับโรงแรมคอนติเนนตัลในฝั่ง Deira และ ตรงข้ามกับซุกเก่าในเขต Bur Dubai และที่กับภาพความสวยงามเหล่านั้นได้อย่างชัดเจนที่สุดคือตรงจุดที่เรียกว่า abra ซึ่งเป็นทางเข้าทางน้ำเล็กๆ กั้นระหว่างซุก Deira กับด้าน Bur Dubai และหากคุณล่องเรือไปจนสุดปลายอ่าว คุณจะเห็นทะเลสาบบนเกาะหินปะการังขนาดใหญ่และเป็นที่ตื้นเขิน ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นที่อพยพของสัตว์ โดยเฉพาะนก ที่ในฤดูหนาวจะอพยพมาตั้งหลักแหล่งในคราวเดียวกันถึง 27,000 ตัว โดยเฉพาะนกฟลามิงโกใหญ่

Wild Wadi

ถัดจากโรงแรม Jumerah Beach ไปไม่ไกลนัก คุณจะได้พบกับสวนน้ำติดอันดับหนึ่งของโลกที่มีขื่อว่า Wild Wadi ที่นี่คุณจะได้พบกับเครื่องเล่นที่เร้าใจและสนุกสนานเพลิดเพลิน แนะนำเครื่องเล่น Log River, Ring Ride, Flood River, Wave Pool, Flow Rides และอื่นอีกมาก

หมู่บ้านนักท่องเที่ยว Al Boom

อยู่ติดกับสวนสาธารณะ Creekside คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับร้านขายอาหาร คอฟฟี่ช็อป ภัตตาคาร และสวนสนุกมากมาย ท่ามกลางบรรยายกาศ และวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบ และเรือนำเที่ยวขนาดใหญ่ที่จอดรอรับลูกค้า

สถานที่ประวัติศาสตร์

หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชนชาติต่างๆ คุณก็ต้องไม่พลาดที่จะเยี่ยมชมสถานที่สำคัญของดูไบ เป็นที่ที่คุณสามารถพบเห็นเครืองมือเครื่องใช้ซึ่งเป็นผลผลิตที่เกิดจาก มนุษย์จากยุคศตวรรษที่ 7 จนถึงศตวรรษที่ 15

นอกจากเที่ยวชมซุก และชอปปิ้งสินค้าปลอดภาษี รวมถึงสำรวจเมืองเรียบร้อยแล้ว กิจกรรมที่น่าสนใจอื่นของดูไบ ที่อยากท้าให้ลอง คือ การขี่ม้า ขี่อูฐ และสำหรับท่านที่ชอบการออกรอบ สนามตีกอล์ที่ดูไบนี้ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามกอล์ฟคุณภาพแห่งหนึ่งของ โลก ที่อำนวยความครบครันในเรื่องของความสะดวกสบาย ความใหญ่โต และความสวยงาม ในบรรยากาศของท้องทะเลทราย ที่กว้างใหญ่แต่ไม่เวิ้งว้าง

การเดินทาง

สำหรับการทำวีซ่าดูไบนั้น ไม่สามารถยื่นเรื่องขอได้ที่สถานฑูตที่เมืองไทย ต้องยื่นผ่านบริษัททัวร์หรือสายการบินเอมิเรสต์ใช้เวลาขั้นต่ำ ประมาณ 1 อาทิตย์ และสามารถอยู่ได้ 1 เดือนเท่านั้น สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสายการบินเอมิเรตส์กรุงเทพฯ โทร 0-2664-1040-4 หรือเข้าเยี่ยมชมเว็บไซดต์ www.emirates.com/th

เอกสารสำหรับขอวีซ่า

- หนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริง มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป นับจากวันเดินทาง, มีหน้าวีซ่าเหลือมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป

- ที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้

Oct 9


ตามรอยนางฟ้า…หอมกลิ่นดารา…ที่แอล.เอ. (Lisa)


ไม่ เพียงแต่เป็นที่ตั้งของเมืองมายาอย่างฮอลลีวูล แอล.เอ หรือ ลอสแองเจลิส ยังมีชายหาดสวย ๆ พิพิธภัณฑ์ดี ๆ และไลฟ์สไตล์หลากหลายให้คุณค้นหา

ในยุคที่วัฒนธรรมแล่นข้ามโลกได้ในชั่วพริบตา เราคุ้นเคยกับดาราดัง และหนังฮอลลีวูดอย่างแทบจะไม่น้อยหน้าคนอเมริกัน และก็พลอยคุ้นเคยกับมหานครอันมีสีสันอย่างลอส แองเจลิส (Los Angeles) ที่มี “ชื่อเล่น” อันคุ้นหูกว่าว่า “แอล.เอ.” ไม่แพ้กัน และ แอล.เอ. ไม่ได้มีเพียงสีสันจัดจ้านของฮอลลีวูด รสชาติชีวิตของแอล.เอ. สนุนสนานและหลากหลายชวนให้ค้นหามากไปกว่านั้น…

เที่ยวเมืองนางฟ้าเมื่อไหร่ดี

แอล.เอ. เป็นเมืองหนึ่งที่คับคั่งด้วยนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ซึ่ง ช่วงที่ถือว่า “พีก” ที่สุดก็คือเดือนกรกฏาคม ถึงสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนแดดดี อากาศสดใสถึงแม้อุณหภูมิอาจร้อนจัดได้ถึง 32 องศาเซลเซียส แต่เนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ติดมหาสมุทรแปซิฟิก โดยส่วนใหญ่ของแอล.เอ.จึงมักจะเย็นสบายกำลังดี แม้แต่หน้าหนาวก็ไม่หนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุดก็อยู่ในราว 12 องศาเซลเซียส แต่หน้าหนาวจะมีฝนตกค่อนข้างบ่อย  จึงค่อนข้างเฉอะแฉะไม่เหมาะแก่การท่องเที่ยวเท่าใดนัก  แต่ถ้าอยากหนีคนเยอะๆ ช่วงหน้าร้อน ลองเลือกช่วงฤดูใบไม้ผลิในระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม หรืออาจเลยในช่วงปลายปี รวมเดือนกันยายนถึงพฤษศจิกายน  แต่เดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่ควรเลี่ยง เพราะเป็นช่วงที่มีหมอกจัดมากที่สุดของปี

5 วันในแอล.เอ.

แอล.เอ. เป็นมหานครอันใหญ่โตอาจเป็นได้ยากที่จะสัมผัสกับเมืองนี้อย่างถึงแก่นในเวลา อันสั้น หากสำหรับนักท่องเที่ยว เวลาอย่างน้อย 5 วัน ก็อาจทำให้คุณได้รู้จักได้ประทับใจกับแอล.เอ.


Paramount Studios

วันที่ 1 เหยียบ ถิ่นคนรวย ตื่นเช้าขึ้นมา วันนี้ก็มุ่งหน้าไปแถวฮอลลีวูดกันเลย หาอาหารเช้ากินแถวๆ ซันเซ็ตสตริป จากนั้น ก็ขับรถไปตามซันเซ็ตบูลเลอวาร์ด และเข้าไปในย่านเบลแอร์เพื่อแอบดูบ้านราคาแพงของเหล่าดาราดัง จากนั้นไปเดินยืดเส้นยืดสายและช้อปปิ้งกันแถวโรดีไอไดร์ฟ  ย่านช้อปปิ้งของคนดังเล็งไว้ให้ดี ๆ ล่ะ คุณอาจได้กระทบไหล่ดาราดังก็ได้ หลัง อาหารเที่ยงจองทัวร์ไป พาราเมาท์สตูดิโอ (Paramount Studios) และใช้เวลาตอนเย็นแบบเดียวกับเหล่าคนดัง ด้วยการไปกินอาหารเย็นที่โรงแรมเบเวอร์ลี่ฮิลส์


Westwood Memorial Park

วันที่ 2 สัมผัสไลฟ์สไตล์คนดัง แวะไปทำความเคารพหลุมศพของเหล่าคนดัง (Westwood Memorial Park) จาก นั้น แวะไปร่วมชมการอัดรายการ Tonight โชว์ชื่อดังของ เจย์ เลโน แล้วไปเพิ่มความอยากอาหารอีกหน่อยด้วยการไปออกกำลังกายที่ยิมชื่อดัง Crunch Gym ในย่านฮอลลีวูด ก่อนจะไปกินอาหารค่ำพร้อมกับชมเมืองในมุมสูงมากภัตตาคารแถวถนนซันเซ็นบูลเลอวาร์ด

วันที่ 3 ศิลปวัฒนธรรมแบบแอล.เอ. เริ่มด้วยการแวะไป Getty Center หรือ J. Paul Getty Museum ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาซานตามอนิก้า ทำให้เห็นวิวอันสวยงามของแอล.เอ. และมหาสมุทรแปซิฟิกได้อย่างเต็มตา ที่นี่ยังงานมีงานศิลปะที่น่าสนใจมากมาย และอย่าลืมแวะไปพิพิธภัณฑ์ GettyVilly Malibu สักหน่อยที่นี่มีสวนสายและศิลปะแบบกรีกโรมันที่น่าสนใจมากมาย เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์อีกสองแห่งที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาด นั่นก็คือ Los Angeles County Museum of Art หรือ LACMA ตกเย็นแวะไปเยือน EL Pueblo หรือ Olvera Street ซึ่งเป็นย่านประวัติศาสตร์ของแอล.เอ.และชื่อเมืองนี้ก็ได้ชื่อมาจากโบสถ์เก่าแก่ในย่านนี้ The Cathedral of Our Lady of The Angels แถบนี้มีร้านอาหารเม็กซิกันดี ๆ หลายร้านรวมทั้งร้านเค้าร้านเล็ก ๆ มากมายอีกด้วย


หาด Zuma

วันที่ 4 ท่อง ชายหาด แอล.เอ.ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดที่มีอยู่มากมาย ลองเลือกหาดที่เหมาะกับความต้องการของคุณ เช่น หาดเวนิช เหมาะสำหรับการไปเดินเล่นดูคน หรือเช่าจักรยานขี่ที่ Boardwalk ริมทะเล หรือเดินดูของเก๋ ๆ แถว Abbot Kinney Boulevard ส่วนหาดซานตามอนิก้า ก็มีส่วนสนุกสไตล์เก่าแก่อยู่ใกล้ๆ ชายหาดแมนฮัตตัน ก็เหมาะสำหรับเดินเล่นและเล่นบีชวอลเลย์ซึ่งถือกำเนิดที่หาดแห่งนี้ก็ว่าได้ และถ้าอยากเล่นเซิร์ฟหรือไปดูหนุ่มๆ สาวๆ เล่นเซิร์ฟก็ต้อง หาดซูม่า Zuma นั่นเลย ตกเย็นมุ่งหน้ากลับสู่เมือง และไปดูหนังที่โรงหนังชื่อดัง Mann s Chinese Theatre พร้อมเยี่ยมชมลายมือและลายเท้าคนดังบนทางเท้าโรงหนังแล้วไปดื่มต่อที่ Sky Bar


Hollywood &Highland Mall

วันที่ 5 ฮู เรฮอลลีวูด ลองตื่นแต่เช้าและไปกินอาหารเช้าที่ Griddle Cafe ในเวสต์ฮอลลีวูดหรือถ้าอยากได้อาหารเช้าหรูๆ สักหน่อยก็ต้องที่ PoloLounge ในโรงแรมเบเวอร์ลี่ฮิลส์ จากนั้นมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางฮอลลีวูดไปเยี่ยมดาราคนโปรดกันที่ Walk of  Fame จากนั้นไปแวะ Hollywood &Highland Mall ซึ่งเป็นทำเลที่ดีที่สุดในการถ่ายรูปกับป้าย “Hollywood” ตัวใหญ่ยักษ์ที่คุ้นตากันดี และ กินอาหารกลางวันที่นี่ ถ้าเป็นแฟนฮอลลีวูดตัวจริงก็แวะไปที่ Kodalk Theatre ที่ใช้จัดงานออสการ์ หรือไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ฮอลลีวูดเสียหน่อย คนชอบเพลงต้องแวะไปที่ร้าน Amoeba Records

ช่วงบ่ายไปเดินเล่นดูร้านรวงเก๋ๆ ที่ย่านเซ็ตบูลเลอวาร์ดและเมลโรสอะเวนิส ตกเย็นไปชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่ชายหาดซานตามอนิก้า และกินอาหารค่ำคืนนี้แถบเมนสตรีทในซานตามอนิก้า จบลงด้วยการไปเต้นรำที่ Cahuenga Corridor แถบฮอลลีวูด

แอล.เอ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายให้ได้สัมผัส โดนเฉพาะเด็ก ๆ (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่) จะต้องชอบ สวนสนุกสุดมันอย่าง ดิสนีย์แลนด์ หรือ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ซึ่งถ้าคุณมีเวลาเหลืออีกสักวันก็อาจจัดโปรแกรมสำหรับการท่องเที่ยวสวนสนุนเหล่านี้ได้

ช้อปสนุกสไตล์แอล.เอ.

แอล.เอ มีช้อปปิ้งมอล์มากมายหลายแห่งซึ่งมีทุกอย่างที่คุณต้องการ เช่น Hollywood & Highland Mall เป็นจุดนัดพบชื่อดังสำหรับคนที่จะไปเดินแถวWalk 0f Fame หรือ Beverly Center ซึ่งมีวิวสวย ๆ ของแอล.เอ. จากศูนย์อาหารชั้นบน

ย่านบรอดเวย์ในดาวน์ทาวน์จะเป็นย่านของสินค้าราคาไม่แพง แต่จะค่อนข้างวุ่นวายสักหน่อย เพราะเป็นย่านของคนละติน ส่วนย่านถนน Alvarado ในเขตเวสต์เลก ก็เป็นย่านที่คนทำงานส่วนใหญ่ชอบมาเดิน แต่สำหรับการช้อปปิ้งระดับหรูก็ต้องไปที่ โรดีโอไดรฟ์ (Rodeo Drive) แถบเบเวอร์ลี่ฮิลส์ซึ่งเป็นย่านที่มีคนดังชอบมาเดินกัน สำหรับบูติกเก๋ ๆ ของดีไซเนอร์อย่าง Marc Jacobs, Paul Smith หรือ Marni ก็ต้องแถบ Melrose Avenus ส่วนถ้าชอบของเก๋ ๆ ไม่เหมือนใครต้องลองไปเดินแถว Abbot Kinney Boulevard แถบชายหาดเวนิช

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

Oct 8

สิว แบ่งเป็น 2 ชนิด
1.สิวไม่อักเสบ เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน (COMEDONE) แบ่งเป็น 2 ชนิด
1.1 สิวหัวปิด เห็นเป็นตุ่มเล็ก ๆ หัวขาว ๆ
1.2 สิวหัวเปิด หรือสิวหัวดำ
2.สิวอักเสบ คือสิวที่หัวแดง ๆ หรือ เป็นหนอง พวกนี้ก็คือ (COMEDONE) ที่มีการติดเชื้อ(BACTERIA) แทรกซ้อน ดังนั้น ถ้าเป็นสิวอักเสบ การทำความสะอาด ใบหน้าด้วยสบู่อ่อน ๆ และการป้องกันไม่ให้มีการอุดตันที่รูขุมขน (COMEDONE) โดยการใช้น้ำเปล่าล้างหน้าในตอนกลางวัน ก็พอจะช่วยให้สิวลดลงหรือป้องกันไม่ให้สิวใหม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบ คงต้องปรึกษาแพทย์ เพราะต้องใช้ปฏิชีวนะ (กินหรือทาแล้วแต่ความรุนแรงของสิว)
สิวอักเสบควรจะต้องรีบรักษา ถ้าไปแกะหรือบีบหนองออก จะเป็นรอยแผลเป็น บุ๋มตลอดไป รักษายากมาก
การนอนดึกทำให้สิวเพิ่มขึ้น ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นสิวอักเสบ อาจเป็นเพราะ
1.ร่างกายอ่อนแอ เชื้อ Becteria ในสิวทำให้มีการอักเสบมากขึ้น
2.Hormone เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะใน ผู้หญิง ตัวอย่างเช่น บางคนประจำเดือน หรือขณะตั้งครรภ์ จะมีสิวเพิ่มขึ้น
การรักษาสิวมีหลักง่ายๆ 2 วิธี คือ
1. ถ้าเป็นสิวเม็ดเล็กๆ จำนวนไม่มาก ก็ทำความสะอาดผิวหนังและใช้ยาทารักษาสิวบ้างเป็นบางครั้ง
2. ถ้าเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่ๆ หลายๆเม็ด ก็ต้องรับประทานยาแก้อักเสบร่วมด้วย
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
” เรียนผู้ที่มีปัญหากับเรื่องของสิวคับ ! ”
(ถ้าท่านทำตามที่ผมบอกแล้วท่านจะหายได้คับ หรือก็ บรรเทาทุเลาลงได้บ้างไม่มากก็น้อยคับ)
1. ห้ามทานช็อกโกเล็ต เพราะ จะทำให้เกิดไขมันที่ใบหน้า ซึ่งไขมันจะไปอุดตันบริเวณใบหน้า และส่วนอื่น ๆ ทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้คับ
2. ห้ามทานน้ำอัดลม เพราะ ในน้ำอัดลมจะมีกรดจะทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้คับ
3. ห้ามทานอาหารเผ็ด เพราะ อาหารเผ็ดจะไปสร้างปฏิกริยาต่อต้านทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้คับ
4. ห้ามนอนดึก เพราะ ร่างกายของคนเราจะต้องใช้พลังงานในตอนเช้าจึงจำเป็นที่จะต้องการพักผ่อนมาก ๆ ถ้าร่างกายขาดส่วนนี้ก็จะทำให้เสียสมดุล และจะทำให้เลือดในร่างกายเสียอีกด้วย และจะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้คับ
5. ห้ามเครียด เพราะ การที่เราเครียดนั้นจะส่งผลกระทบต่อร่างกายทุกส่วน แล้วแต่ว่าร่างกายของแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาทางไหน บางคนแสดงออกทางใบหน้าโดยออกมาในรูปของการเป็นสิว ฯลฯ เราจะต้องมีความสบายใจไม่ต้องมีความเครียด เปิดใจไปกับสายลม ไปกับธรรมชาติที่มีสีเขียวสดใสสบายตา แต่ไม่ใช้ว่าเราจะต้องป่อยซะทุกเรื่อง และอย่าเก็บเรื่องเก่า ๆ มานั้งคิดให้ปวดหัว จนเกิดอาการเครียดขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลต่อตัวของเรานั้นเอง
6.  ห้ามช่วยตัวเอง เพราะ การทำเช่นนี้จะส่งผลต่อฮอร์โมนของร่างกาย และทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้คับ
7. จะต้องขับถ่ายทุกวัน เพราะ การขับของเสียออกจากร่างกายจะไม่ทำให้ของเสียสะสมอยู่ในร่างกาย และจะช่วยให้ระบบ และความสมดุลในร่างกายนั้นดีอีกด้วย
* ( สิ่งที่กล่าวมานี้ล้วนแต่เป็นวิธีที่จะแก้สาเหตุของการเกิด สิวได้ไม่มากก็น้อยคับ แต่ผมก็ต้องขอให้ทุก ๆ คนนำคำแนะนำของผมไปปฏิบัติ ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำคับ และสุดท้ายนี้ผมก็ต้องขอบฝากอะไรไว้หนึ่งอย่างว่า “การที่เราจะทำอะไรนั้นมันต้องใช้เวลาและความพยายามเสมอคับ”…
ข้อแนะนำ สำหรับคุณผู้ที่มีสิวจากผิวมัน

1.เลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil Free)
2.ควรมีและใช้กระดาษซับมันในระหว่างวัน หรือถ้าเขินก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าก็ได้ค่ะ
3.อาจล้างหน้าบ่อยๆวันละ 3-4 ครั้ง แต่ไม่ควรใช้สบู่แรงๆเพื่อลดความมันเพราะไม่นานผิวหน้าก็จะขับความมันออกมา อีกและอาจทำให้ผิวหน้าระคายเคืองได้ จึงควรใช้สบู่อ่อนๆและไม่มี Moistur
4.ควรสระผมทุกวัน
5.ใช้สครับขัดหน้าสัปดาห์ ละ 2-3 ครั้ง สำหรับท่านที่ใช้ รถมอร์เตอร์ไซด์เป็นประจำควรใช้มากกว่านั้น
6.ปรับสภาพผิว สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
7.ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับคนผิวมัน
ปัจจัยที่พบว่ามีผลให้เกิดสิวหลังช่วงวัยรุ่น (adult acne)
- ยาคุมกำเนิดที่มีระดับของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูง
- ความเครียด
- วัยหมดระดู
- ความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ เช่น ซีสต์รังไข่
- ยาบางชนิด เช่นยาสเตียรอยด์ ยารักษาโรคทางจิตเวชบางตัว
- เครื่องสำอางค์
- การสัมผัสนํ้ามันบางอย่างเช่น นํ้ามันใส่ผม
- พันธุกรรม
ทำอย่างไรเมื่อมีสิว ?

ข้อปฏิบิติทั่วไป
- ล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน วันละ ๑ ถึง ๒ ครั้ง อย่าขัดถูหน้าแรงๆ จะทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น การล้างหน้าบ่อยไม่ได้ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้นเพราะสิวไม่ได้เกิดจากความสกปรก
- หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น อย่าบีบ หรือ แกะสิว อย่าใช้มือที่ไม่สะอาดไปถูกต้องบริเวณใบหน้า
- สระผมให้สะอาด ถ้าเส้นผมมัน คุณมีโอกาสเกิดสิวบริเวณไรผมได้ง่าย
- ถ้าคุณใช้เครื่องสำอางค์ เลือกใช้ชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน (non-comedogenic)
- หลีกเลี่ยงความเครียด

การใช้ยาทา
- คุณอาจลองใช้ยาที่มีส่วนประกอบของ benzoyl peroxide ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ยานี้ช่วยลดจำนวนเชื้อแบคทีเรีย ใช้ได้ดีในสิวที่ตื้นๆ แต่มีผลข้างเคียงทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ทำให้ผิวแห้งและลอกได้ ยานี้มีหลายความเข้มข้น ควรเลือใช้ความเข้มข้นที่ตํ่าๆก่อน เช่น ในรูปครีม ๒.๕ เปอร์เซนต์ และทาเฉพาะบริเวณที่เป็นสิว วันละ ๑ ถึง ๒ ครั้ง
- การใช้สารจำพวก AHA,BHA ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนได้ (comedolytic) ค่ะ

กรณีมีสิวขึ้นที่หลังหรือหน้าอกทางที่ดี แนะนำให้อย่าไปแกะหรือเกาค่ะ แนะนำให้รักษาความสะอาดของร่างกาย กรณีที่แกะเกาจะกรุตุ้นให้เกิดรอยดำมากขึ้น ทางที่ดีแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ทางด้านโรคผิวหนังเพื่อทำการตรวจหาสาเหตุของการ เกิดสิวพร้อมทั้งให้การรักษาอย่างถูกต้องค่ะ

เพิ่มเติม

โดยแท้จิงสิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่ายกาย ที่แขน ที่คอ หรือแผ่นหลัง แต่โดยส่วนใหญ่จะพบที่บริเวณใบหน้า

การเกิดสิวเกิดขึ้นได้จากปัจจัยกระตุ้น 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน

ปัจจัยภายในคือ เรื่องของ ฮอร์โมน หรือ โครโมโซมเพศ ซึ่งบางรายอาจสืบเนื่องมาจากกรรมพันธุ์ของ พ่อแม่ หรือ ขึ้นไปอีก

ปัจจัยภายนอกก้อเรื่องของการพักผ่อนและความเครียด การรักษาความสะอาดของใบหน้า

หลักๆจะอยุ่ที่ ฮอร์โมน ของแต่ละบุคคล
และปัจจัยอื่นๆ ที่สงผลกระทบต่อการเกิดสิว และได้รับการยืนยันทางการแพทย์อย่างจัดเจนคือ การนอนดึกและความเครียด

ส่วนเรื่องการกินอาหารที่รสจัดหรือของหวาน นั้น อาจจะแล้วแต่บุคคล ขึ้นอยุ่กะ ฮอร์โมนตัวรับ Recepter ของแต่ละคน

ส่วนเรื่องการช่วยตัวเองนั้นโดยแท้จริง ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง
ไม่รุ้จะอธิบายยังไง เคยฟังบรรยายมาจากหมอ

Oct 5
ใครที่ชอบ แชท ออนไลน์หาคู่  วันนี้มีเทคนิค หาคู่ออนไลน์ อย่างปลอดภัยมาฝาก…

1. เริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป : ค่อยๆ สังเกตและเรียนรู้ว่าคนที่เรากำลังคบหาโดยไม่เห็นหน้าเห็นตานั้น เขาเป็นคนดีจริง ๆ หรือเปล่า โดยเราอาจจะเริ่มด้วยการ สนทนา กับเขาอย่างค่อยเป็นค่อยไปทาง อีเมล์ แล้วค่อย ๆ เรียนรู้พฤติกรรมของเขา ความขัดแย้งในตัวเขา และต้องฟังคำพูดของเขา ดูว่าเขาเป็นอย่างที่เขาบอกเราจริง ๆ หรือเปล่า คุณควรจะเชื่อสัญชาตญาณของตนเอง และเมื่อไหร่ก็ตามที่พบอะไรไม่ชอบมาพากล ก็ให้เลี่ยงออกมาจากคนผู้นั้นให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง

2. อย่า พยายามเปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของเราเอง : บริการ หาคู่ออนไลน์ ต่างๆ เขาก็พยายามรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูล ส่วนตัวของเราในระดับหนึ่งแล้ว แต่ที่สำคัญคือ ตัวคุณเองต้องแน่ใจว่า คุณไม่ใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง หมายเลขโทรศัพท์จริง ที่อยู่จริง สถานที่ทำงานจริง ในการเข้าทดลองใช้บริการตามสถานที่เหล่านี้ และถ้าหากว่าบุคคลที่คุณกำลังทำความรู้จักทาง ออนไลน์ อยู่นั้น พยายามให้คุณเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของตัวคุณเองอย่างเร่งด่วน คุณควรจะยุติความสัมพันธ์เสีย แล้วลองหาคนใหม่ที่คุณคุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่มีความกดดันจะดีกว่า

เทคนิค หาคู่เดท ออนไลน์อย่างปลอดภัย (บทความ หาเพื่อน)

3. หัดใช้วิจารณญาณ หรือ common sense ของตัวคุณเองบ่อยๆ : ระมัดระวัง คิดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจอันจะนำไปสู่การ ออกเดท คุณต้องทบทวน คิดแล้วคิดอีก ว่าเราควรจะไว้ใจคนผู้นี้ดีหรือไม่อย่าให้อารมณ์มาเหนือเหตุผล ที่สำคัญคุณจะต้องจำเอาไว้เสมอว่า อย่าตกหลุมรักใครเพียงแค่ click mouse

4. ขอให้เขาส่งรูปถ่ายมาให้ดู : รูปถ่ายจะให้แนวทางดีๆ กับคุณเสมอ หรืออาจจะเรียกว่าคุณอาจจะเห็น หรือใช้สัญชาตญาณในการตัดสินใจบางอย่างจาก ถ้าคุณได้ภาพถ่ายของเขามาในหลายๆ อิริยาบถ เพราะจะบ่งบอกบุคลิกภาพ การดำเนินชีวิต รสนิยม และข้อมูลอื่น ๆ ของเขาได้

5. คุยกับเขาทางโทรศัพท์ : การ พูดคุยการทางโทรศัพท์เป็นการช่วยเปิดเผยความเป็นตัวตนของคู่ สนทนา ได้มากทีเดียว อย่างน้อยคุณจะสามารถรับรู้ทักษะในการสื่อสาร และการเข้าสังคมของเขาได้จากการคุยโทรศัพท์ แต่ทั้งนี้คุณไม่ควรจะใช้หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวของคุณคุยกับคนที่ไม่เคย เห็นหน้ากันมาก่อน อาจจะลงทุนไปใช้โทรศัพท์สาธารณะเสียหน่อย เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง กระทั่งเมื่อคุณรู้สึกคุ้นเคย และไว้วางใจในตัวเขา เมื่อนั้นค่อยให้หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวของคุณ

6. นัดพบกับเขาเมื่อคุณพร้อม : การใจร้อน…รีบร้อนอยากจะเห็นหน้าคู่ สนทนาออนไลน์ นั้น ย่อมไม่เป็นผลดีแน่นอน ทางที่ดีควรจะค่อย ๆ เก็บ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาจากการพูด คุยทางออนไลน์ และลองมาประเมินดูว่า คู่ สนทนา ของเรานั้น เขาน่าดึงดูดใจที่จะไปพบมากน้อยแค่ไหน บางครั้งถ้ารีบร้อนไปนัดหมายกับเขาไว้ แล้วเกิดเปลี่ยนใจที่หลัง ก็สามารถทำได้ คือ ถ้าใจเราคิดว่ายังไม่พร้อมก็อย่าไปฝืนเด็ดขาด จงเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง

7. ใส่ใจกับพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก : ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์โกรธของเขา ความหงุดหงิด ความพยายามที่จะกดดันและควบคุมตัวเรา รวมทั้งพฤติกรรมที่ไม่น่ารักที่เราควรจะใส่ใจพิเศษ เพื่อนำมาประเมินว่า เราควรจะรักษาความสัมพันธ์ต่อไปอีกหรือไม่ และยังมีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจอีกหลายอย่าง เช่น ไม่ให้ความกระจ่างชัดในเรื่องของอายุ ความสนใจ รูปลักษณ์ สถานภาพสมรส อาชีพ เป็นต้น

นอกจากนี้ คนที่ปฏิเสธที่จะคุยโทรศัพท์กับคุณก็ไม่น่าไว้ใจ ชอบพูดจาอ้อมค้อม คนที่เมื่อปรากฏตัวให้เห็นจริงๆ แล้ว แตกต่างจากใน ออนไลน์ มาก คนที่ไม่เคยแนะนำคุณ ให้เพื่อนๆ หรือคนใกล้ชิดรู้จัก เหล่านี้พยายามหลีกให้ไกลเลย

8. เมื่อตัดสินใจที่จะนัดพบกันแล้วให้เลือกสถานที่ที่ปลอดภัย : ก่อนที่จะออกไปพบกับบุคคล ออนไลน์ นี้ คุณควรจะบอก เพื่อน หรือญาติให้ทราบด้วยว่าคุณจะไปไหน ทางที่ดีให้เบอร์โทรและชื่อของคนที่คุณจะออกไปพบกับคนที่บ้านคุณด้วย และที่สำคัญอย่าให้คู่นัดครั้งแรกของคุณมารับคุณที่บ้านเด็ดขาด ถ้าหากว่าเมื่อพบกันแล้ว ต้องการจะไปต่อที่อื่น ก็ให้คุณขับรถของคุณไปเอง แบบต่างคนต่างไปจะดีที่สุด

9. กรณีที่นัดพบกันต่างจังหวัด : อย่างเช่นว่า ต้องบินไปเจอกัน คุณก็ควรจะจองที่พักของตัวเองเช่ารถของตัวเอง และอย่าเปิดเผยชื่อโรงแรมที่คุณจองให้เขาทราบ และไม่ต้องให้เขามารับที่สนามบิน เมื่อลงเครื่องก็เช่ารถและขับตรงไปที่โรงแรมเลย เมื่อถึงเวลานัดหมายก็ออกมาพบตามสถานที่ๆ นัดไว้ และถ้าหากคุณมีโทรศัพท์มือถือ ก็จงพกติดต่อไปตลอด

10. เมื่อเจอสิ่งที่ไม่น่าไว้ใจให้ถอนตัวทันที : อย่าทำอะไรลงไปทั้งๆ ที่ไม่แน่ใจ ถ้าหากไปถึงสถานที่นัดหมาย แล้วเจอสิ่งไม่ชอบพากล ก็ให้รีบเปลี่ยนความตั้งใจทันที อย่าเสี่ยงเด็ดขาด คุณสามารถเรียกตำรวจได้ทันทีโดยไม่ต้องรีรออะไร คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองเป็นหลัก

รู้อย่างนี้แล้วถ้าจะรักใครชอบใคร ควรจะดูให้ดีก่อนจะดีกว่า จะได้เจอ คู่รัก ที่ถูกใจและปลอดภัยด้วย

หาเพื่อน ได้ที่ ithai.jp

Aug 18

คาร์สเท่น อูลบริชท์ ทนายความและผู้เชี่ยวชาญโปรแกรมเว็บ 2.0 จากเยอรมนี ได้เตือนว่า ผู้ใช้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทวิตเตอร์ ควรระลึกไว้ว่าเสมอว่าจะต้องคิดให้รอบคอบก่อนโพสต์ข้อความใดๆ

แต่โชคร้ายที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์จำนวนมาก พากันเข้าใจผิดว่า สิ่งที่พวกเขาโพสต์จะรู้กันแต่เฉพาะผู้อยู่ร่วมสังคมทวิตเตอร์ด้วยกัน แต่ในความเป็นจริง โปรแกรมของทวิตเตอร์ได้ถูกค่าตัวเลือกอัตโนมัติที่ทำให้ทั่วทั้งโลกสามารถ เข้ามาอ่านบรรดาข้อความที่ถูกโพสต์ได้ แต่ไม่มีใครรู้

ชาวเมืองชิคาโกคนหนึ่ง ถึงกับต้องขึ้นศาล หลังจากเธอโพสต์ข้อความดูหมิ่นบริษัทจัดการอาคารของเธอในทวิตเตอร์ คนที่ต้องการจำกัดการเข้าถึงบล็อกในทวิตเตอร์ของพวกเขาให้อยู่เฉพาะแค่ผู้ ใช้วงในเท่านั้น จะต้องเปลี่ยนฐานข้อมูลส่วนตัวด้วย ซึ่งอูลริชท์ กล่าวว่า เธอสามารถตั้งให้บล็อกในทวิตเตอร์ของเธอ เปิดรับเฉพาะพวกเดียวกันเท่านั้น

แต่แม้จะจำกัดให้อยู่แค่เฉพาะคนวงในด้วยกัน แต่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต่างยังคงได้รับคำเตือนให้คิดให้รอบคอบ สำหรับการโพสต์ข้อความต่างๆ ในบางประเทศ เช่น เยอรมนี คนที่โพสต์ลงในทวิตเตอร์โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับบุคคลที่ 3 จะต้องจำแนกให้ชัดเจนว่า เป็นความเห็นส่วนตัวหรือเป็นข้อมูลที่เป็นความจริง เช่นการพูดถึงเบอร์เกอร์ของร้ายฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่งว่า รสชาติไม่ถูกปาก ซึ่งทำได้เนื่องจากเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัว แต่จะเป็นการเสี่ยงทันที ถ้าพิมพ์ข้อความลงไปว่า เบอร์เกอร์จากร้านที่ว่านี้ มีแมลงปนเปื้อนอยู่ด้วย

Jul 22

“หมอประเสริฐใหญ่” ชี้ หวัดใหญ่ตายเพิ่มเป็น 44 ราย อัตราตายยังต่ำ ขณะที่หวัดฤดูกาลเฉลี่ยตายวันละ 1 ราย ขณะที่ “หมอประเสริฐเล็ก” ยันวัคซีนทั้งเชื้อเป็น-เชื้อตาย ปลอดภัย เริ่มการทดสอบฉีดวัคซีนไข้หวัด2009ให้กับคนเป็นครั้งแรกที่ออสเตรเลีย

ที่โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ ให้สัมภาษณ์ในการประชุมสื่อมวลชน “ไข้หวัดใหญ่ 2009 ความจริงที่ต้องรู้” ว่า การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ใน ประเทศไทย คาดว่าหลังจากนี้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า การแพร่ระบาดจะอยู่ในช่วงสูงสุด และจะมีการแพร่ระบาดอย่างหนัก และต่อจากนั้นอีก 2 เดือนจะลดลง แต่คนจะมีภูมิคุ้มกันโรคมากขึ้น ดังนั้นขณะนี้ไม่ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะวางมาตรการขนาดไหน การระบาดของโรคก็จะดำเนินไปอย่างนี้ โดยในจำนวนผู้ติดเชื้อครึ่งหนึ่งจะแสดงอาการ และอีกครึ่งหนึ่งจะไม่แสดงอาการ

นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า การระบาดขณะนี้หากประชาชนรู้จักดูแลตนเองโรคก็จะลดลง ส่วนกระทรวงสาธารณสุขหากควบคุมได้หรือมีวัคซีนมากใช้อย่างรวดเร็วก็จะตัดการ ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าประเทศใดก็ประสบปัญหาเหมือนกันหมด

ส่วนที่พบผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นถึง 20 รายในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในแต่ละปีมีผู้ป่วยเสียชิวิตจากปอดบวมด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 400 คนต่อปี เฉลี่ยตายวันละ 1 คน แต่ในส่วนโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีการระบาดมา 3 เดือนแล้ว หากเปรียบเทียบก็น่าจะมีผู้เสียชีวิต 90 คน ดังนั้นจำนวน 44 คน ถือว่ายังเป็นอัตราการตายต่ำ

ด้าน นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล ภาคจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากที่ประเทศไทยได้สั่งนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งจะส่งมาถึงในปลายปีนี้นั้น ซึ่งเป็นวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อตาย จากติดตามพบว่า ยังไม่มีการรายงานผลข้างเคียงทางระบบประสาทอย่างที่มีตั้งข้อสังเกต ทั้งนี้แม้ว่าเป็นวัคซีนใหม่ แต่เชื่อว่าความปลอดภัยน่าจะเหมือนเดิม ส่วนในเรื่องประสิทธิภาพป้องกันนั้น เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ การกระตุ้นภูมิคุ้มกันอาจยังไม่ได้เท่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ป้องกันสาย พันธุ์ตามฤดูกาล ดังนั้นอาจต้องฉีดมากกว่า 1 เข็มเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงาน แต่หากเป็นการผลิตจากเชื้อเป็น ฉีดพ่นจมูกใช้เพียงแค่โดสเดียวน่าจะเพียงพอ

ส่วนกรณีที่มีความเป็นห่วงในเรื่องโรงผลิตวัคซีน หากเกิดปัญหารั่วไหลของตัวเชื้อนั้น นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า ความปลอดภัยตัวโรงงานผลิตวัคซีนเชื้อเป็นนั้น คิดในแง่ที่เลวร้ายที่สุด หากมีอะไรรั่วไหลออกมา สิ่งที่รั่วออกมาเป็นเพียงเชื้อที่เลี้ยงอยู่และถูกทำให้ปลอดภัยแล้ว ไม่อันตราย เท่ากับว่าโรงงานนี้มีความปลอดภัยสูง ไม่สามารถทำอันตรายได้ สามารถฉีดได้ แต่หากมีค่าซีดีโฟร์ต่ำ การฉีดวัคซีนให้ก็ไม่เป็นผลในการป้องกันได้

นพ.ประเสริฐ ยังได้กล่าวถึงความรุนแรงของตัวเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ด้วยว่า จากข้อมูลในสัตว์ทดลองเมื่อเปรียบเทียบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่กับเชื้อไข้ หวัดตามฤดูกาลพบว่า เชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่จะก่อโรคได้รุนแรงกว่าเล็กน้อย แต่หากเปรียบเทียบกับเชื้อไข้หวัดนกถือว่าความรุนแรงน้อยมาก

เปิดรับอาสาสมัคร424คนทดสอบวัคซีนหวัด2009

นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคน กล่าวถึงการเปิดรับอาสาสมัครเพื่อทดลองวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ชนิดพ่นทางจมูกที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรัสเซียว่า ในระยะที่ 1 จะมีการเปิดรับอาสาสมัครที่เป็นผู้ใหญ่จำนวน 24 คน จะเป็นหญิงหรือชายก็ได้ อายุระหว่าง 18-49 ปี เป็นคนแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคเอดส์ และไม่มีภูมิต้านทานต่อโรคนี้มาก่อน คือ เมื่อเปิดรับสมัครจะต้องเจาะเลือดดูก่อนว่ามีภูมิต้านทานต่อโรคนี้หรือไม่ เพราะบางคนอาจจะเคยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 มาก่อน แต่อาจจะไม่มีอาการ ก็ถือว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ ถ้าเป็นหญิงต้องไม่ตั้งครรภ์ เพราะไม่รู้ว่าวัคซีนจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กหรือไม่

นพ.วิชัย กล่าวต่อว่า ในอาสาสมัคร 24 คนจะให้มีการให้วัคซีนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ให้วัคซีนในปริมาณที่ต่ำ และวัคซีนในปริมาณที่สูง เพื่อดูว่าการให้วัคซีนในปริมาณเท่าใดจะได้ผลมากกว่ากัน โดยใน 24 คนนี้จะได้รับวัคซีนชนิดพ่น 2 ครั้ง ๆ ที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 21 วัน ส่วนระยะที่ 2 จะทดลองในอาสมัครจำนวน 400 คน คือ อายุ 12-18 ปี 100 คน อายุ 18-49 ปี 200 คน และอายุ 50-59 ปี 100 คน การทดลองในกลุ่มนี้จะใช้สูตร 3 ต่อ 1 คือ ใน 100 คน 75 คนจะได้รับวัคซีนจริง ส่วนอีก 25 คนจะได้รับวัคซีนหลอก โดยช่วงที่มีการทดลองในอาสาสมัครกลุ่มนี้จะมีการนัดมาตรวจร่างกาย 5-6 ครั้ง สำหรับค่าตอบแทนอาสาสมัครนั้นการนัดมาแต่ละครั้งจะมีค่าตอบแทนให้ประมาณ 500 บาท แต่อาสาสมัครในกลุ่มแรกต้องมาพักค้างคืนประมาณ 1 สัปดาห์ของการทดสอบที่ศูนย์ทดสอบวัคซีน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจะมีค่าตอบแทนให้ประมาณ 5,000บาท

นพ.วิชัย ยอมรับว่า การโจมตีเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนอาจมีผลต่ออาสาสมัครที่จะสมัครเข้ามา ร่วมโครงการ แต่ขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีประสบการณ์สูง และเคยทดลองวัคซีนเอดส์มาแล้ว ดังนั้นคิดว่าเมื่อทำความเข้าใจกับอาสาสมัครแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร โดยการเข้ามาร่วมโครงการจะใช้วิธีสมัครใจไม่บังคับ โดยการทดลองวัคซีนในครั้งนี้จะมีหลัก 3 ข้อ คือ ปลอดภัยหรือไม่ กระตุ้นภูมิคุ้มกันหรือไม่มากน้อยเพียงใด และวัคซีนที่ใช้กระตุ้นนั้นปริมาณสูงหรือต่ำดีกว่ากัน อย่างไรก็ตามกระบวนการทดลองวัคซีนในระยะที่ 1 และ 2 นั้นจะใช้เวลาอย่างละ 2 เดือน แต่ทั้ง 2 ระยะสามารถทำคาบเกี่ยวกันได้

นพ.วิชัย กล่าวว่า ขณะนี้ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการทดลองในคน ระยะที่ 1 ต้องรอผลการทดลองในสัตว์ก่อน หากพบว่ามีความปลอดภัยแล้วก็สามารถเริ่มกระบวนการได้ทันที โดยคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคน จะประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 11 ส.ค. คาดว่าจะนำผลการทดลองในสัตว์เข้าที่ประชุมและเริ่มกระบวนการได้ทันทีโดยการ เปิดรับอาสาสมัครหลังจากนั้น

เริ่มการทดสอบฉีดวัคซีนไข้หวัด2009ให้กับคนเป็นครั้งแรกที่ออสเตรเลีย

บริษัท CSL ผู้ผลิตวัคซีนของออสเตรเลีย ได้เริ่มฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัครวัยผู้ใหญ่ 240 คนที่มีสุขภาพแข็งแรงดีอายุระหว่าง 18-64 ปีในเมืองอะดิเลดของออสเตรเลียในวันนี้ และจะทดสอบกับเด็กอีก 400 คนในวันที่ 4 สิงหาคม อาสาสมัครเหล่านี้จะได้รับการฉีดวัคซีน 2 ครั้งโดยฉีดห่างกันสามสัปดาห์และต้องตรวจเลือดทดสอบเพื่อดูว่าวัคซีนสามารถ กระตุ้นให้เกิดภูมิค้มกันได้หรือไม่

นายแอนดรูว์ คิวธ์เบิร์ตสัน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ CSL กล่าวแสดงความมั่นใจว่า วัคซีนจะสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A H1N1 ที่ระบาดทั่วโลกในขณะนี้ได้ การทดลองรอบแรกจะใช้เวลาเกือบ 7 สัปดาห์จึงจะเสร็จเรียบร้อย แต่คาดว่าจะได้ผลการทดสอบเบื้องต้นเพื่อให้รัฐบาลได้นำไปพิจารณาวางแผน สำหรับการแจกจ่ายวัคซีนในเดือนตุลาคม

นางนิโคลา ร็อกซัน รัฐมนตรีสาธารณสุขออสเตรเลีย บอกว่า ทันทีที่ได้รับการยืนยันว่าวัคซีนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รัฐบาลก็พร้อมจะดำเนินการแจกจ่ายวัคซีนให้กับประชาชน และเธอคาดว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศจะพุ่งสูงขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ ข่าวระบุว่ารัฐบาลออสเตรเลียได้สั่งวัคซีนจาก CSL จำนวน 21 ล้านโดซ เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันประชาชนทั่วประเทศ หลังจากมีผู้ติดเชื้อแล้ว 14,703 คน ซึ่งในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 41 คน

การทดสอบวัคซีนครั้งนี้เป็นที่จับตาทั้งจากองค์การอนามัยโลก และบริษัทคู่แข่งยักษ์ใหญ่เพื่อดูว่าวัคซีนจำเป็นต้องใช้แอนติเจน สารกระตุ้นภูมิคุ้มกันจำนวนเท่าใดจึงจะเพียงพอป้องกันการติดเชื้อได้ ส่วนบริษัทผลิตวัคซีนยักษ์ใหญ่ อย่าง โนวาร์ติส เอจี คาดว่าจะเริ่มทดสอบกับคนในเดือนนี้เช่นกัน ขณะที่บริษัทซาโนฟี อะเวนติน เอสเอ จะเริ่มทดสอบในเดือนสิงหาคม และบริษัทแบกซ์เตอร์ อินเตอร์แนชันแนล จะผลิตวัคซีนได้ภายในเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นจึงจะเริ่มทดสอบในคน ขณะที่องค์การอนามัยโลกแจ้งเมื่อวานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 700 คนแล้ว

Jul 5

วงการนางงามเปิดประตูต้อนรับ สาวงาม ประเทศน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดประเทศสู่สายตาชาวโลก เธอคือ น.ส.โชคีย์ โชโม คาร์ซุง มิสภูฏานคนแรก ประจำปี 2008

ใน โอกาสที่โชคีย์เดินทางมาประเทศไทย และวางแผนว่าจะพำนักอยู่ประเทศไทยอย่างไม่มีกำหนด เพื่อทำงานหาประสบการณ์ เราได้นัดคุยกับผู้หญิงที่สวยที่สุดในภูฏาน

โชคีย์นางงาม คนแรก ในประวัติศาสตร์ของภูฏานคนนี้ มีอะไรมากกว่า ความสวย โชคีย์บอกว่า มันบันดาลความสุขได้ก็จริง แต่ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง

โชคีย์ วัย 24 ปี เล่าว่า การประกวดนางงามจัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2008 เพื่อรณรงค์บทบาทสตรีในประเทศ ซึ่ง ในปีนั้นเป็นปีที่ราชอาณาจักรภูฏานเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 100 ปี ของราชวงศ์วังชุก อีกทั้งยังมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็น ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นับเป็นปีประวัติศาสตร์ที่เธอภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในประวัติ ศาสตร์ครั้งนี้

หลังจากได้รับตำแหน่ง โชคีย์ก็มีโอกาสไปประกวดมิสเอิร์ธ ปี 2008 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ แม้จะไม่ได้รางวัลใดๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี

โชคีย์เล่าด้วยภาษาอังกฤษว่า ตำแหน่ง มิสภูฏานได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ จากชีวิตนักเรียนนอกดีกรีปริญญาตรีคณะจิตวิทยา จากประเทศแคนาดา ก็กลายมาเป็นคนที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่สิ่งพิเศษที่สุดที่ได้จากตำแหน่งนี้ มันทำให้มีโอกาสช่วยเหลือสังคมมากขึ้น ขณะนี้เธอดูแลเด็กพิการกำพร้า 2 คน คนแรกเป็นเด็กพิการทางสมอง อายุ 16 ปี ส่วนคนที่ 2 เป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงไป อายุ 12 ปี

“การช่วยเหลือของฉันไม่ได้ ช่วยเหลือเรื่องเงินทองหรือของมีค่า เพราะรัฐบาลมีสวัสดิการดูแลคนพิการอยู่แล้ว แต่ฉันช่วยด้วยการให้ความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจ ซึ่งในอนาคตฉันวางแผนไว้ว่าจะให้พวกเขาศึกษาภาษาต่างประเทศ เช่น เนปาล อินเดีย เพราะสามารถนำไปประกอบอาชีพได้”

เข้าคอนเซ็ปท์นางงามต้อง “รักเด็ก” จริงๆ

“ฉันช่วยเด็ก เพราะความเป็นมนุษย์ที่ต้องช่วยเหลือกัน มันเป็นสัญชาตญาณของคนที่รู้สึกจากข้างใน ต่อให้ไม่ใช่มิสภูฏานก็อยากช่วย”

แม้อะไรๆ จะเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงในตัวสาวสวยคนนี้ คือ ความรักชาติ

“ไม่ ว่าฉันจะเดินทางไปประเทศไหน ทุกคนก็มักจะถามว่า ภูฏานเป็นอย่างไร มันยากที่จะบรรยายออกมาว่า ภูฏานสวยงามแค่ไหน เอาเป็นว่าภูฏานเป็นประเทศที่สะอาด ไม่มีมลพิษ สงบ สันติ และที่สำคัญมีพระมหากษัตริย์ที่รักประชาชนมากๆ”

เธอเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์สุดจิตสุดใจ

โชคีย์บอกว่า เธอชอบฟังพระราชดำรัสของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เพื่อนำมาปฏิบัติตามในการดำเนินชีวิต

“สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ทรงมีพระราชดำรัสว่า การ รักชาติเป็นสิ่งสำคัญ แต่การรักอย่างชาญฉลาดก็เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง หมายความว่า ใครๆ ก็สามารถพูดว่ารักชาติได้ แต่มันอาจไม่ได้ออกมาจากจิตสำนึกว่ารักแบบไหน ซึ่งเป็นคนละความหมายกับการรักชาติที่ผ่านการไตร่ตรองจากสมองก่อน สำหรับฉันการรักชาติต้องอยู่บนความรับผิดชอบ ซึ่งทุกครั้งที่ฉันได้ฟังกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ ฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่พระองค์ทรงถ่ายทอดมาถึงประชาชนว่ามาจากพระทัย ฉันรู้สึกปลอดภัย เหมือนได้รับการคุ้มครอง เป็นสิ่งวิเศษมาก”

ส่วนความผูกพันที่โชคีย์มีต่อประเทศไทยนั้น เธอเล่าว่า รู้จักเมืองไทยตั้งแต่เด็กๆ จาก คำบอกเล่าของพ่อค้าที่เดินทางมาซื้อของที่ประตูน้ำ หรือมาบุญครอง รวมทั้งจากคนที่มาเที่ยวประเทศไทยแล้วกลับไปเล่าให้ฟัง เพราะสมัยก่อนภูฏานยังไม่มีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ เพิ่งมีไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเมื่อเธอเติบโตขึ้น เธอก็เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยบ่อยๆ โดยเมื่อปีที่แล้วได้ศึกษาต่อด้านวิดีโอโปรดักชั่น ที่มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ หัวหิน

“วัฒนธรรมไทยกับภูฏานมีความ คล้ายคลึงกัน มันทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขที่อยู่เมืองไทย เช่น การให้ความเคารพนับถือผู้อาวุโสกว่า การไหว้ หรือแม้แต่การพูด ที่คนไทยจะลงท้ายด้วย ครับ/ค่ะ คนภูฏานก็ลงท้ายด้วยคำว่า ล่ะ (La)”

“ติด ใจ” ประเทศไทยนี่เอง จึงทำให้เธอมีแผนที่จะอยู่เมืองไทยอย่างไม่มีกำหนด เพื่อทำงานหาประสบการณ์ด้านวงการบันเทิงและเรียนต่อทางด้านแฟชั่นดีไซน์

“ทุกวันนี้ฉันพยายามอยู่กับปัจจุบันและทำทุกวันให้ดีที่สุด” เธอเล่าพร้อมกับยกแขนข้างซ้ายที่มีรอยสักบทสวดมนต์ขึ้นมาโชว์ ซึ่งเป็นรอยสักที่โชคีย์สักตามความเชื่อของภูฏานเพื่อคุ้มครองชีวิต แล้วบอกว่า “นี่คือเครื่องรางประจำตัวของฉัน ที่ฉันมักจะยกขึ้นมาดูไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ เป็นบทสวดมนต์ที่มีความหมายว่า ใช้ชีวิตปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่า วันพรุ่งนี้เราจะอยู่หรือตาย

Jun 25

สาวใหญ่ออกโรงโต้ไม่เคยลวงอดีตดารา “รัชฎาพร” อ้างรู้เห็นเซ็นเอกสารให้ซื้อเบนซ์ แฉความสัมพันธ์แนบแน่น ส่วนสวมรอยทำบัตรเครดิตชื่อ “ตุ๊กตา” อุบลวรรณ เรื่องจบนานแล้ว เผยดีเจดังถูกใช้เป็นเครื่องมือ ขู่แฉกลับหมดเปลือก ด้านสองคนดังระบุมีดาราโดนอีกเพียบ

ความคืบหน้าหลังจากเจ้าหน้าที่นำหมายจับจากศาลอาญา ที่ 1724/2522 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2552 เข้าจับกุม น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ อัครวงศ์ตระกูล หรือ เจมส์ อายุ 44 ปี ข้อหาเอาไปซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น ปลอมและใช้เอกสารปลอม ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น และข้อหาลักทรัพย์ หรือรับของโจร โดยมี น.ส.อุบลวรรณ บุญรอด หรือ ตุ๊กตา ดีเจชื่อดัง และอดีตดารานักแสดง เข้าชี้ตัวในฐานะผู้เสียหายนั้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน แหล่งข่าวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ได้นัดพบผู้สื่อข่าวเพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมนำรูปถ่ายระหว่าง น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ กับ น.ส.ชฎาพร รัตนากร หรือ ดา อดีตนางเอกชื่อดัง ซึ่งถ่ายคู่กันด้วยท่าทีสนิทสนมมาแสดงด้วย

แหล่งข่าวเล่าว่า เป็นเพื่อนสนิทกับ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ มานานมาก และอ้างว่าก่อนหน้านี้ น.ส.รัชฎาพรได้คบหากับ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ มาหลายปี สำหรับกรณีรถเบนซ์ที่ น.ส.รัชฎาพรแจ้งความไว้ในท้องที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา โดยกล่าวหาว่า น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ปลอมแปลงเอกสารไปดำเนินการซื้อเองนั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะตนอยู่ในขั้นตอนการซื้อด้วยตลอด

“ก่อนที่ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์จะซื้อรถได้โทรมาบอกกับดิฉัน เพื่อที่จะให้ไปช่วยเซ็นค้ำประกันให้ ดิฉันถามว่ารถจะใช้ชื่อใคร เขาตอบว่าใช้ชื่อน้องดา (น.ส.รัชฎากร) และเขาจะผ่อนให้เอง ซึ่งในวันที่ซื้อรถน้องดาก็ไปเซ็นสัญญาด้วยตัวเอง ดิฉันก็ต้องไปเซ็นค้ำให้ ตรงจุดนี้เขารู้อยู่แก่ใจ” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวยืนยันว่า เรื่องทั้งหมดสามารถตรวจสอบไปที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์รถได้เข้ามาให้ปากคำต่อตำรวจแล้วว่า น.ส.รัชฎาพร เป็นคนลงชื่อรับรู้ในวันซื้อขายจริง ในส่วนของ น.ส.อุบลวรรณ ไม่ได้มีความสนิทสนมด้วย แต่รู้ว่าเขาเคยสนิทกับ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ก่อนหน้า น.ส.รัชฎาพร เรื่องทั้งหมดถือเป็นเรื่องของคนเพียงสองคน แต่เมื่อออกมาแจ้งจับ ออกมาแฉ โดยไม่มีหลักฐาน ตนคงจะต้องตอบโต้อะไรบ้าง

ด้าน น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า รู้สึกเสียใจมากที่ต้องกลายเป็นผู้ต้องหาทั้งที่ตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกสิ่งทุกอย่างมีหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถ หรือใช้บัตรเครดิต ไม่ได้หลอกลวงหรือขโมยใครมา โดยเฉพาะเรื่องบัตรเครดิตของ น.ส.อุบลวรรณ ซึ่งเกิดขึ้นมาหลายปีมากแล้ว เอกสารหลักฐานทั้งหมดกำลังรวบรวมเตรียมแฉกลับ

“ในส่วนของรถนั้น ขอยืนยันว่า น้องดาเป็นคนรู้เห็นทุกอย่าง ตอนซื้อก็ซื้อให้น้องดาขับ ดิฉันเป็นคนผ่อนให้ วันไปซื้อก็ไปด้วยกัน แต่กลับมาแฉว่าดิฉันเป็นคนแอบอ้างเอาเอกสารไปซื้อ เรื่องทั้งหมดดิฉันมั่นใจว่าต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง ซึ่งอีกไม่นานทุกอย่างจะปรากฏ น้องกล้าที่จะเอาชื่อเสียงเข้ามาเสี่ยง ดังนั้นต้องยอมรับถึงความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด” น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์กล่าว

น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์กล่าวถึงความสัมพันธ์กับ น.ส.อุบลวรรณ ว่า จบไปนานหลายปีแล้ว ทุกอย่างจบหมดแล้ว และมั่นใจว่า น.ส.อุบลวรรณจะถูกใช้เป็นเครื่องมือมากกว่า

“ใจความสำคัญของเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด มันอยู่ที่น้องดา แต่คงพูดอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ เพราะเกรงจะเสียรูปคดี รอให้รวบรวมเอกสารทั้งหมดให้ได้ก่อน ถึงวันนั้นทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น” น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์กล่าว

ในช่วงเย็นวันเดียว น.ส.รัชฎาพร และ น.ส.อุบลวรรณ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดย น.ส.อุบลวรรณกล่าวยืนยันว่า เป็นหนี้ที่เธอไม่ได้ก่อขึ้นจากบัตรเครดิตจำนวน 1.3 ล้านบาท และหนี้รถเบนซ์ 1 คัน ซึ่งถูก น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ นำเอกสารไปอ้างซื้อในชื่อของเธอที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อ 7 ปีก่อน และมาทราบเรื่องเมื่อถูกบริษัทไฟแนนซ์ตามทวงรถคืน

“เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความไว้ใจเขา ที่เข้ามาทำนองเป็นเพื่อน หิ้วของมาฝากจากเชียงใหม่ อ้างว่าร่ำรวย อีกทั้งเคยเห็นเขาออกรายการโทรทัศน์ และนิตยสาร ในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนักธุรกิจภายใน 1 ปี รวยเป็นร้อยล้าน ก็คบกันเป็นเพื่อน แต่ไม่ใช่ผู้จัดการส่วนตัว และสนิทจนเกิดความไว้ใจ ถึงขั้นเซ็นสำเนาเอกสารให้เขาไปรับเช็คแทน เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไร เพราะเช็คก็เป็นชื่อเรา แต่เขากลับแอบนำเอกสารที่เรามอบให้ไปทำสำเนาเพื่อไปทำธุรกรรมทางการเงินอีก หลายรูปแบบ บางครั้งก็ขอยืมเงินโดยอ้างว่า เดือดร้อนหาเงินไม่ทัน นอนเอามือก่ายหน้าผาก บอกว่าไปยืมเงินนอกระบบต้องใช้คืนเขา และบางครั้งก็อ้างว่าจำเป็นต้องพาแม่ไปหาหมอ เราก็ใจอ่อนให้เงินไป เขาหลบหน้ามาตลอด 7-8 ปี ตามหาไม่เจอ เปลี่ยนชื่อมาประมาณ 6-7 ชื่อ ให้ทนายตามมาตลอด” น.ส.อุบลวรรณกล่าว

ดีเจสาวชื่อดังกล่าวอีกว่า น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ทำให้เธอเลิกกับแฟนหนุ่มที่ จ.เชียงใหม่ เพราะไปป่วนที่ทำงานแฟนหนุ่ม แต่ยืนยันว่าเธอกับ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีดารานักแสดงโดนหลอกในลักษณะเดียวกับเธอหลายคน

ส่วน น.ส.รัชฎาพร กล่าวว่า รู้จักกับ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ มากว่า 10 ปี แต่ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าคำว่าเพื่อน ที่ผ่านมาโดนหลอกสูญเงินสดไปกว่า 1.3 ล้านบาท รถยนต์ 3 คัน จำนวนนี้มีเบนซ์ 1 คัน ซึ่งทราบมาว่าโดนไฟแนนซ์ยึดคืนไปแล้ว
“เรื่อง ของหนูคล้ายกับตุ๊กตา เขาเข้ามาตีสนิท บอกว่าชีวิตเรามีอะไรคล้ายกันหลายอย่าง ก็คบหาด้วย ต่อมาเขาอ้างว่าเดือดร้อนเรื่องเงิน เพราะไปยืมเงินนอกระบบจากเฮียโบ้ หลังการบินไทย ไม่มีจ่ายให้ขอให้หนูช่วยชีวิตเขาด้วย หนูก็ให้ไป และไม่คิดว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้ คิดว่าถ้าได้คุยกับตุ๊กตาก่อนเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น” น.ส.รัชฎาพรกล่าว

ส่วนความคืบหน้าทางคดี พ.ต.ท.พรชัย ขจรกลิ่น รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย กล่าวว่า หลังจากที่ น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ถูกควบคุมตัวมาส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย แล้วนั้นขณะนี้อยู่ในขบวนการของศาลในการตัดสิน ซึ่งศาลรับฟ้องก็เข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของ ศาล เพราะคดีมีมูลความผิด เบื้องต้น พ.ต.อ.บุญเพ็ญ มั่งคั่ง ผกก.สน.โชคชัย ได้อนุมัติการประกันตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวในวงเงิน 1 แสนบาท ซึ่ง น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ผู้ต้องหารายนี้ยังถูก น.ส.ชฎาพร แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาปลอมแปลง และใช้เอกสารปลอม ที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา อีกเช่นกัน

ด้าน พ.ต.ท.บุญมี จันทร์จวง พนักงานสอบสวน สน.สมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า น.ส.ชฎาพรเข้ามาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อเอาผิด น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอมเมื่อ 2 เดือนก่อน ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ

ขณะที่แหล่งข่าวจากตำรวจ สน.สมเด็จเจ้าพระยา เปิดเผยว่า หลักฐานขณะนี้เหลือเพียงตัวอย่างลายเซ็นของ น.ส.ชฎาพร ผู้เสียหาย เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ เนื่องจาก น.ส.ภัลมาภูฎิณฑ์ ผู้ถูกกล่าวหาบอกว่าได้นำเอกสารไปให้ น.ส.ชฎาพร เซ็นจริง แต่ น.ส.ชฎาพร ให้การว่า ไม่ใช่ลายเซ็นของตัวเองจึงต้องตรวจพิสูจน์ว่าเป็นลายเซ็นปลอมหรือไม่ ก็ต้องมีการพิสูจน์อีกครั้ง หากเป็นลายเซ็นจริงก็จะไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ในส่วนของไฟแนนซ์ที่เกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวนก็จะสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร

Jun 18

GIRLY BERRY

ไม่ทำให้หนุ่มๆต้องช้ำใจจริงๆ สำหรับ 4 สาว Girly Berry (เกิร์ลลี่ เบอร์รี่) ซึ่งประกอบไปด้วย กิ๊ฟซ่า – ปิยา พงศ์กุลภา, กิ๊บซี่ – วนิดา เติมธนาภรณ์, แนนนี่ – ภัทรนันท์ ดีรัศมี, เบลล์ – มนัญญา ลิ่มเสถียร เพราะทุกครั้งของการกลับมา ต้องทำให้หนุ่มๆกระชุ่มกระชวยหัวใจทุกครั้งไป และครั้งนี้ พวกเธอกลับมาอีกครั้งพร้อมกับซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด สวย เริ่ด เชิด ยอม ที่มาพร้อมกับเสื้อผ้าที่เชื่อได้ว่า ต้องถูกใจหนุ่มๆแน่ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ทีมข่าวบันเทิง เลยแอบมาเก็บภาพเบื้องหลังการถ่ายปกพร้อมพูดคุยกับทั้ง 4 สาวให้ทุกคนได้รู้กัน



……สวัสดีค่ะ พวกเรา Girly Berry (เกิร์ลลี่ เบอร์รี่) วันนี้พวกเรามาถ่ายปกให้กับซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด สวย เริ่ด เชิด ยอม เป็นเพลงใหม่ล่าสุดของพวกเรา เพลงนี้จะเป็นป๊อป จังหวะสนุกๆ ที่มาพร้อมกับท่าเต้นที่เซ็กซี่นิดๆ เป็นเพลงที่มาจากตัวตนของพวกเราทั้ง 4 คนเลยนะ คนส่วนมากจะมองว่าเราเป็นผู้หญิงมั่นๆ ผู้ชายไม่ค่อยกล้าเข้ามาจีบ แต่เอาเข้าจริงๆเราก็มีความรู้สึกอยากมีความรักเหมือนกัน ถ้าเจอคนที่ใช่ ก็ยอมอ่อนให้เหมือนกันนะ ส่วนในเรื่องของเสื้อผ้า พวกเราเรียกว่า Flora Spring (ฟลอร่า สปริงค์) จะออกแนว เปรี้ยวอมหวาน

ที่ผ่านๆมา คนจะเห็นเราในลุคส์ที่ดูค่อนข้างเซ็กซี่ แต่งานนี้ เราอยากให้ลุคส์ของเราดูสดใส หวานๆ แรกแย้มค่ะ พวกเราเลือกรูปแบบเสื้อผ้ากันเองเลยนะ อยากให้ออกมาโดนใจเรา และถูกใจคนดู ก่อนทำงานเราคุยกับทีมงานถึงความต้องการในอัลบั้มชุดนี้เลย เราไม่อยากให้มันดูเซ็กซี่เกินไป แต่อยากให้ดูน่ารัก แบ๊วๆ ตามกระแส ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ คิดว่าทุกคนที่ได้เห็นต้องชอบทั้งเรื่องเพลง และเรื่องเสื้อผ้าแน่ๆค่ะ อย่างไรก็แล้วแต่ พวกเราขอฝากซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดของพวกเรา สวย เริ่ด เชิด ยอม ด้วยนะคะ

Jun 17

การศึกษาทางจิตวิทยา พบว่าเสียงเรียกของโทรศัพท์มือถือ อาจทำให้ผู้ขับขี่รถหรือนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้น เสียสมาธิลง อย่างที่อาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะเสียงเรียกที่เอามาจากท่อนเพลงที่คุ้นหูกัน

โทรศัพท์, มือถือ, เสียงโทรศัพท์, เสียงรบกวน, เสียง

หัวหน้าทีมผู้ทำการศึกษา นางสาวจิล เชลตัน นักศึกษาปริญญาเอกด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยวอชิงตันของสหรัฐฯ กล่าวเปิดเผยผลการค้นพบว่า หากมันดังขึ้นภายในห้องเรียน ที่นักเรียนกำลังศึกษาหา ความรู้กันอยู่ การเสียสมาธิซึ่งดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องรบกวนธรรมดานั้น อาจจะทำให้การเก็บงำความรู้ในภายหลังต้องเสียหายได้

รายงานผลการศึกษา เปิดเผยในวารสารวิชาการจิตวิทยาสิ่งแวดล้อม แจ้งว่า เชลตันได้ทำการศึกษาโดยทำตนเป็นนักศึกษาเข้าไปนั่งเรียน อยู่ในชั้นเรียนวิชาจิตวิทยา ของเหล่าอาสาสมัคร แล้วแกล้งปล่อย ให้โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าถือดังขึ้นอยู่นานครึ่งนาที ปรากฏว่าอาสาสมัคร คนที่ได้ยินเสียงนั้นเพียงแค่สั้นๆ ทำคะแนนในการทดสอบได้น้อยกว่า การทดสอบครั้งก่อนหน้าจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ลงไปถึงร้อยละ 25

นอกจากนั้น เหล่าอาสาสมัครยังทำคะแนนในการทดสอบ ความจำในวิชาช่วงที่ได้ยินได้ฟัง ขณะที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ได้ต่ำกว่าปกติอีกร้อยละ 25 เช่นกันด้วย

ผู้ทำการศึกษากล่าวว่า “พวกเราหลายคนเห็นว่าเสียงของ โทรศัพท์มือถือในที่สาธารณะเป็นแค่การรบกวนสมาธิ การศึกษานี้ ได้ยืนยันว่าเสียงรบกวนเหล่านั้น มีผลก่อให้เกิดความเสียหายในชีวิตจริงได้ด้วย สิ่งซึ่งดูเป็นเพียงเรื่องรบกวนสมาธิที่ดูไม่มีภัยอันใด แต่ความจริงแล้วมีอิทธิพลกับการเรียนรู้อย่างแท้จริง”

« Previous Entries Next Entries »